บุกทลาย,บ่อนหนองคาย,พบจ่ายส่วย,จึงกล้าเปิด

บุกทลายบ่อนหนองคายพบจ่ายส่วยจึงกล้าเปิด

บุกทลายบ่อนหนองคายพบจ่ายส่วยจึงกล้าเปิด

ทหารสนธิกำลังฝ่ายปกครอง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ทลายบ่อนไพ่รวบ 8 ผู้ต้องหา เจ้าของ เผย จ่ายส่วยให้ตำรวจจึงกล้าเปิด

เจ้าหน้าที่ทหารจังหวัดหนองคาย – ฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาประกอบด้วย 1.นางพวงพะยอม อายุ 44 ปี 2.นางคำพันธ์ อายุ 44 ปี 3.นางทองม้วน อายุ 60 ปี 4.นายสมชาย 44 ปี 5.นางสาวกนกนุช อายุ 41 ปี 6.นางจารุวรรณ อายุ 35 ปี 7.นางยุพิน 8.นางสาวเจนจิรา อายุ 56 ปี พร้อมของกลางไพ่ 11 สำรับ เงินสด 680 บาท และแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันลักลอบเล่นการพนันไพ่ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มกับ นางจารุวรรณ คือเป็นเจ้าบ้านเปิดให้มีการลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย สำหรับการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดหนองคาย นำโดย ร.อ.อนุชา ศรีอำไพวราภรณ์ หัวหน้า ชป.พท.ร.13 พัน 1 สืบทราบว่าในพื้นที่ตำบลหนองนาง อำเภอท่าบ่อ มีการลักลอบเปิด
บ่อนการพนัน จึงได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ ฉก.ตชด.24 ฝ่ายปกครองอำเภอท่าบ่อ นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมที่บ้านเลขที่ 193 หมู่ 1 ต.หนองนาง ซึ่งเป็นบ้านของ นางจารุวรรณ และจับกุมนักพนันได้ทั้งหมด 8 ราย พร้อมของกลางโดยผู้ต้องหาทุกคนได้ให้การรับสารภาพ ด้าน นางจารุวรรณ ได้เล่าให้สื่อมวลชน พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง ฟังว่า ที่กล้าเปิดบ่อนไพ่นั้น เนื่องจากตนได้จ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่งแต่สุดท้ายก็ต้องมาโดนจับ

พธม.,ค้านชงกม.,ปรองดอง,เสรี,ยันช่วยเหลือทุกฝ่าย

พธม.ค้านชงกม.ปรองดอง-เสรียันช่วยเหลือทุกฝ่าย

พธม.ค้านชงกม.ปรองดอง-เสรียันช่วยเหลือทุกฝ่าย

กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เห็นด้วย สปท. เสนอกฎหมายปรองดอง ห่วงช่วยคดี พัชรวาท สลายม็อบปี 51 ทางด้าน ‘เสรี’ ยัน ข้อเสนอ สปท. ช่วยเหลือทุกฝ่าย เพื่อสร้างปรองดองในสังคม

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของ สปท. ที่จะกำหนดแนวทางสร้างความปรองดองและนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดทางการเมือง เพราะมีความเป็นไปได้ว่าจะส่งผลต่อการช่วยเหลือคดีสลายการชุมนุม กลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 โดยมี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และ พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ถูกฟ้องอยู่ในคดีนี้ หลังจากมีความพยายามให้ ป.ป.ช. ดำเนินการถอนฟ้องคดี แต่ยังไม่สำเร็จ

ทั้งนี้ ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อเสนอนี้เป็นการเหวี่ยงแหนิรโทษกรรมให้คนบางคนได้ผลประโยชน์หรือไม่ ทั้งที่กลุ่มการเมืองแต่ละฝ่าย ก็ไม่ต้องการ เนื่องจากแนวคิดนี้ไม่มีการแยกแยะถึงสาเหตุการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองของประชาชน มองแต่ปัญหาปลายเหตุ ซึ่งการที่จะนิรโทษกรรมใคร ควรที่จะมีการถามเจ้าตัวก่อน และการจะปรองดองที่ดีคือปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ใครไม่ผิดก็หาทางเยียวยา

“เสรี” ยัน ข้อเสนอ สปท. ช่วยเหลือทุกฝ่าย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ยอมรับว่า แนวคิดสร้างความปรองดองเพื่อนิรโทษกรรมหรือยกเว้นโทษทางการเมืองในครั้งนี้ ครอบคลุมถึงการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เข้าไปดำเนินการต่าง ๆ ต่อกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ถือเป็นการช่วยเหลือทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความปรองดองในสังคม

ผอ.iLaw,ยื่นผู้ตรวจฯพ.ร.บ.,ประชามติ,ละเมิดสิทธิ,ขัดรธน.

ผอ.iLawยื่นผู้ตรวจฯพ.ร.บ.ประชามติละเมิดสิทธิขัดรธน.

ผอ.iLawยื่นผู้ตรวจฯพ.ร.บ.ประชามติละเมิดสิทธิขัดรธน.

ผอ. iLaw ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ร.บ.ประชามติ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และขัดต่อรัฐธรรมนูญ

นายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) พร้อมด้วยอดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อดีตกรรมการเลือกตั้ง อดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และเครือข่ายองค์การพัฒนาเอกชนต่าง ๆ เดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่าน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีที่เห็นว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 61 วรรคสองและวรรคสี่ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะในวรรคสองบัญญัติถึงการกระทำความผิดโดยใช้ถ้อยคำที่กว้างและคลุมเครือ คือคำว่า รุนแรง ก้าวร้าว และปลุกระดม ทำให้ประชาชนไม่กล้าแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ และมีการกำหนดโทษที่รุนแรงเกินไป จึงเป็นกฎหมายที่บังคับใช้ไม่ได้ ดังนั้น จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งพิจารณาและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว ในมาตรา 61 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ