คสช.ไม่จำเป็นกม.พิเศษคดีพระธัมมชโย

คสช.ไม่จำเป็นกม.พิเศษคดีพระธัมมชโย

คสช.ไม่จำเป็นกม.พิเศษคดีพระธัมมชโย

คสช. ยืนยัน ไม่ใช้กฎหมายพิเศษกับคดี ‘พระธัมมชโย’ ชี้ข้อเสนอของคณะศิษย์เป็นการแสดงให้เห็นพยายามดึงการเมืองเกี่ยวข้อง

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยกับ สำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า จากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ต่อคดีพระธัมมชโย เห็นได้อย่างชัดเจน พยายามดำเนินการอย่างเต็มกำลังความสามารถตามกรอบกฎหมาย และการรักษาความสงบเรียบร้อย หลีกเลี่ยงการปะทะ สร้างความขัดแย้ง ความรุนแรง แม้จะไม่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์หลักคือ การนำ พระธัมมชโย ออกมาได้ แต่ก็ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ เพราะถูกขัดขวางจากประชาชน ซึ่งจะต้องพยายามดำเนินการต่อไป ส่วนเงื่อนไขที่ทางคณะศิษย์วัดพระธรรมกาย ยื่นข้อเสนอมา โดยอ้างต้องให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยก่อนนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ไม่ถือว่าเป็นการท้าทายอำนาจรัฐ เป็นเพียงการยืดระยะเวลาเท่านั้น และเป็นการแสดงให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นว่า พยายามดึงการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ยืนยันในท้ายที่สุดต้องไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายหรือความถูกต้องของสังคม ผู้กระทำผิดต้องถูกลงโทษ แต่ คสช.จะไม่ใช้กฎหมายพิเศษในการดำเนินการคดีดังกล่าวโดยมั่นใจว่ากระบวนการกฎหมายปกติ สามารถจัดการได้

ทั้งนี้ พ.อ.ปิยพงศ์ ฝากสื่อมวลชน ช่วยกันนำเสนอข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนให้ถูกต้องว่า รัฐบาล และ คสช. ดำเนินการในสิ่งที่ถูกต้อง และดำเนินการตามขั้นตอน ไม่สร้างความขัดแย้ง หรือรุนแรงต่อคณะศิษย์แต่อย่างใด

Sniper Elite 4 เลื่อนกำหนดการปล่อย เจอกันต้นปี 2017

Rebilion ได้ออกมาเลื่อนเกมสไนเปอร์สงครามโลกภาคต่อ Sniper Elite 4 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากเดิมที่กำหนดการอยู่ในปี 2016 ตอนนี้ได้เลื่อนไปยังช่วงต้นปี 2017

ตั้งอยู่ในปี 1943 เราจะยังคงได้รับบทเป็น Karl Fairburne จากสองภาคแรกเช่นเดิม แต่ในภาคนี้เราจะได้เดินทางไปยังเมืองอิตาลี ฝ่าฟันไปตั้งแต่เมืองริมทะเลแถบเมดิเตอร์เรเนียน ยันป้อมปราการของนาซีสุดใหญ่โตมโหฬาร นำเสนอแผนที่ๆใหญ่กว่าภาคสามและการผสมผสานระหว่างการลอบเร้นและบู๊ที่ลงตัว Sniper Elite จะวางจำหน่ายในวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ 2017 บน PC,PS4 และ XBOX ONE

เบาหวาน…โรคร้ายหายได้ด้วยการ “หัวเราะ”

เบาหวาน…โรคร้ายหายได้ด้วยการ “หัวเราะ”

ลองปิดตาแล้วคิดดูสิว่า โรคไหนกันนะที่คร่าชีวิตคนไปอย่างล้นหลาม เชื่อเลยว่า เบาหวานต้องเป็นคำตอบที่ผุดขึ้นในหัวของทุกคนแน่นอน เพราะถือว่าเป็นโรคเพื่อนซี้กับผู้สูงอายุในหลายๆ บ้านเลยทีเดียว แต่เจ้าเพื่อนซี้คนนี้ไม่ค่อยจะรักเราสักเท่าไหร่ คอยแต่จะหาปัญหามาเพิ่มให้เราไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคตับ โรคตาและอะไรอีกมากมาย ทนไม่ไหวแล้วล่ะสิ เลยของัดกลยุทธ์เด็ดจาก สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย โดย อ.มงคล กริชติทายาวุธ มาบอกต่อให้รู้ทั่วกัน

มหาวิทยาลัยโลมา ลินดา รัฐแคลิฟอร์เนียได้มีการทำงานวิจัยว่า เสียงหัวเราะสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้หรือไม่ โดยนำผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 ช่วงอายุประมาณ 50 ปี จำนวน 20 คน มาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกใช้การรักษาด้วยยาตามปกติ ส่วนกลุ่มที่สอง จะได้รับการรักษาด้วยยาและการบำบัดด้วยการหัวเราะ โดยให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ดูหนัง ฟังเพลงที่ตนเองชอบเป็นเวลา 30 นาที เป็นเวลา 12 เดือนติดต่อกัน  ผลการทดลองพบว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่สองมีปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดดี(HDL) เพิ่มขึ้น 26 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่กลุ่มแรกมี HDL เพิ่มขึ้นเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ และสารบ่งชี้การอักเสบ(C-Reactive Protein) ในกลุ่มสองลดลงมาถึง 66 เปอร์เซ็นต์และ 26 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มแรก

สาเหตุที่ผลออกมาแบบนี้ ผู้วิจัยให้เหตุผลว่า เวลาที่เราหัวเราะ ร่างกายจะเกิดการเผาผลาญคอเลสเตอรอลชนิดเลวขึ้นและเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดดี ช่วยป้องกันโรคหัวใจและเพิ่มภูมิคุ้มกันการติดเชื้อได้

ดร.เคอิโก ฮายาชิ หัวหน้าคณะวิจัยมหาวิทยาลัยซึคุบาของญี่ปุ่นกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยเบาหวาน มักมีความวิตกกังวลกับการควบคุมอาหาร ออกกำลัง ต้องคอยรักษาระดับน้ำตาล และอินซูลินในเลือดให้พอดีอยู่เสมอ และเจ้าความเครียดนี่แหละที่ทำให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้นได้

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาวิจัยให้เห็นถึงคุณค่าของการหัวเราะ ว่าสามารถช่วยต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บต่างๆมาก่อนมากมาย รวมทั้งช่วยให้ความดันโลหิตต่ำลง และเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนเอนดอร์ฟิน ซึ่งทำให้รู้สึกสดชื่น เลือดลมเดินดี บำรุงหัวใจ ระบบประสาท และระบบภูมิคุ้มโรคอีกด้วย

 

พออ่านจบแล้วคงจะประหลาดใจกันอยู่ล่ะสิ ว่าสิ่งที่เราทำมาตั้งแต่เกิดโดยที่ไม่มีใครสอน จะสามารถช่วยให้ชีวิตของเราห่างไกลจากโรคร้ายพวกนี้ได้จริงๆ คุณหมอเขาอุตส่าห์มาบอกกันถึงขนาดนี้แล้ว เลิกสงสัยและลงมือทำกันเลยดีกว่า คงไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่จะหันมาหาความสุขใส่ตัวเองอยู่แล้วล่ะ ดังคำกล่าวที่ว่า “หัวเราะวันละนิด จิตแจ่มใส” จริงไหม?

 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย, ชีวอโรคา
ภาพประกอบจาก istockphoto

Story : Martmatt

สอศ.เตรียมผุดสถาบันภาษาอังกฤษอาชีวะ พร้อมขยายห้องเรียน English Program

“ดาว์พงษ์” เร่งพัฒนาทักษะภาษาให้เด็กอาชีวะ หวังเป็นกำลังสำคัญช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต ด้าน สอศ.เตรียมผุดสถาบันภาษาอังกฤษ เสริมเขี้ยวเล็บทางภาษาให้เด็กสายอาชีพ

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่มีผลสำรวจการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันจาก World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD พบว่า ปี 2559 ประเทศไทยได้เลื่อนอันดับความสามารถในการแข่งขันจากอันดับที่ 30 เป็น 28 ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ภาครัฐและเอกชนได้ร่วมมือกันทำงานอย่างเข้มแข็ง แต่หากดูข้อมูลเชิงลึกแล้วพบว่า การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานของเรายังมีจุดอ่อน เช่น การผลิตแพทย์เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนประชากร การประหยัดพลังงาน และการศึกษา ซึ่งในส่วนของการศึกษานั้น IMD ได้มีข้อท้วงติงกลับมาว่า ประเทศไทยจะต้องมีการพัฒนาทางภาษาอังกฤษให้มีความเข้มแข็งถึงจะเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้ ตนจึงมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เร่งพัฒนาการยกระดับภาษาอังกฤษอย่างจริงจังทั้งการรวบรวมคำศัพท์ในวิชาช่าง และการพัฒนาเด็กที่กำลังจะจบการศึกษาในปีสุดท้ายทั้งระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) จะต้องเคี่ยวเข็ญให้มีทักษะทางภาษาในระดับที่สามารถสื่อสารได้ทันทีเมื่อจบการศึกษา เพราะกลุ่มเด็กอาชีวะเหล่านี้จะเป็นกำลังหลักสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

ด้าน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า สอศ.มีแผนพัฒนาภาษาอังกฤษทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเป้าหมายในระยะสั้นนั้นเด็กที่กำลังจะจบการศึกษาระดับปวช.และปวส.ปีสุดท้าย จะต้องมีทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและอาชีพ ส่วนเป้าหมายการยกระดับภาษาระยะยาว จะมีการจัดตั้งสถาบันภาษาอังกฤษของอาชีวะขึ้น ซึ่งจะทำหน้าที่พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษและการพัฒนาครู นอกจากนี้จะมีการขยายห้องเรียน English Program ปี 2559 ในวิทยาลัยอาชีวศึกษา 20 แห่ง และ Mini English Program อีก 150 วิทยาลัย ซึ่งสอศ.ตั้งเป้าว่าในอีก 5 ปีข้างหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาจะต้องมีห้องเรียน English Program ครบทุกแห่งอย่างแน่นอน

ดันตลาดโรงเกลือเป็นศูนย์กลางตลาดอาเซียน

โรงเกลือเป็นศูนย์กลางตลาดอาเซียน

ดันตลาดโรงเกลือเป็นศูนย์กลางตลาดอาเซียน

กระทรวงพาณิชย์ พร้อมใช้นโยบายประชารัฐ ผลักดันตลาดโรงเกลือเป็นศูนย์กลางตลาดอาเซียน กระตุ้นการส่งออกสินค้าชายแดน
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ที่จำหน่ายในตลาดโรงเกลือจังหวัดสระแก้ว และปรับเปลี่ยนมาจำหน่ายสินค้ามือสอง,สินค้าเกษตร,สินค้าอุตสาหกรรม,หัตถกรรม และสินค้า OTOP ซึ่งล่าสุดการจำหน่ายสินค้าละเมิดได้ลดลง

ทั้งนี้ได้ใช้แนวทางประชารัฐผลักดันให้ตลาดโรงเกลือเป็น “สระแก้วโมเดล” สู่การเป็นศูนย์กลางตลาดอาเซียน และ ศูนย์จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังกัมพูชาและเวียดนาม สอดคล้องการเข้าสู่เออีซี และการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว

10 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

10 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

ปัจจุบันนี้ มือถือกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของคนเราไปเสียแล้ว ดูได้จากอัตราการครอบครองมือถือของคนไทยมากกว่า 100% มาหลายปีแล้ว เพราะว่าคนไทยหลายคนชอบพกมือถือ 2 เครื่อง คงเนื่องจากโปรโมชั่นของผู้ให้บริการมือถือของแต่ละค่ายที่ให้กับลูกค้าที่เปิดซิมเบอร์ใหม่ ผมยังจำได้ว่ามือถือรุ่นแรกๆ ของโลกมีขนาดใหญ่พอๆ กับ กระบอกน้ำ ซึ่งมีฟังค์ชั่น แต่รับสายโทรออกเท่านั้น และราคาแพงมาก ซึ่งเด็กรุ่นๆ ใหม่คงไม่เคยเห็น ด้วยวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี ปัจจุบันมือถือเริ่มทำอะไรได้หลายอย่างมากขึ้น จนเราสามารถแบ่งมือถือได้เป็น 2 ประเภทคือ Feature phone (มือถือรับสายโทรออกส่ง SMS MMS เท่านั้น) กับ Smart phone (มือถืออัจฉริยะ) ที่ทำให้เราสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่าง เกือบเทียบเท่าคอมพิวเตอร์ 1 ตัว เลยทีเดียว เกริ่นมาซะตั้งนาน ขอเข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ
10 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น
1) จัดลำดับงานตามความสำคัญของงาน โดยแบ่งลำดับงานที่ต้องทำก่อนหลังดังนี้
1.1) งานที่สำคัญ และ เร่งด่วน เป็นงานประเภทแรกที่ต้องรีบทำก่อนเพื่อน เช่น งานที่ถูกมอบหมายให้ทำให้เสร็จวันรุ่งขึ้น
1.2) งานที่สำคัญ แต่ ไม่เร่งด่วน เป็นงานที่ต้องจัดสรรเวลามาทำ เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น
1.3) งานที่ไม่สำคัญ แต่ เร่งด่วน วานคนอื่นทำได้ แต่ต้องรีบทำ เช่น จ่ายบิลค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น
1.4) งานที่ไม่สำคัญ และ ไม่เร่งด่วน เป็นงานที่เก็บไว้ทำหลังจากงาน 3 ประเภทได้ทำเสร็จแล้ว เช่นเช็ค FACEBOOK, LINE เป็นต้น

 

2) อย่ารวบอำนาจ หรือเก็บงานทั้งหมดไว้กับตัวคนเดียวควรจะกระจายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ตามความสามารถของเขาเหล่านั้น ถึงแม้บางครั้งลูกน้องอาจจะทำงานได้ไม่ดีเท่าเราเองก็ตาม แต่เป็นการให้โอกาสฝึกฝนเขาให้มีพัฒนาการและประสบการณ์ในการทำงานมากขึ้น รวมทั้ง เป็นการผ่อนเบางานของเรา ทำให้เรามีเวลาไปคิดสร้างสรรค์โครงการใหม่ๆ
3) จัดเก็บข้าวของให้เป็นที่เป็นทางอย่างมีระเบียบเรียบร้อย บ่อยครั้งที่เราสูญเสียเวลาไปสิบกว่า นาที เพื่อหาสิ่งของหรืออุปกรณ์บางอย่างที่จำเป็น ถ้าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้เราสูญเสียเวลาที่จะ ใช้ไปกับการทำงาน และยังทำให้เราหงุดหงิด สมองพาลจะไม่ปลอดโปร่ง อาจมีผลกระทบกับ ผลงานหรือการตัดสินใจได้

4) จัดตารางเวลาของสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันไว้ล่วงหน้า และพยายามอย่าใช้เวลาเกินกำหนดที่ตั้งไว้ โชคดีที่ปัจจุบัน Smart phone ทั้งหลายจะมี Calendar เป็น App ที่มากับเครื่องเลย ซึ่งปกติผมจะใช้โปรแกรม Outlook ในการจัดการ Calendar แล้วนำมา Sync กับมือถือของผม ทำให้ผม ไม่พลาดนัดหมายต่างๆ และเตือนผมให้เตรียมตัวสำหรับกิจกรรมต่างๆ

5) จำกัดการใช้โทรศัพท์ในรูปของ VOICE เพราะว่าเวลาคุยโทรศัพท์หลายครั้งที่เราจะต้องมีการคุย สารทุกข์สุขดิบ หรือเรื่องอื่นๆ ที่นอกเหนือจากประเด็นที่จะสนทนา หลายครั้งผมก็เลี่ยงโดยการ ใช้ App ต่างๆ เช่น Whatsapp หรือ Line ในการสื่อสารแทน นอกจากเป็นการประหยัดเวลา แล้วยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

6) App มือถือในปัจจุบัน มีความหลากหลายและเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับชีวิตเราได้มาก ผม เองใช้มือถือระบบ Android ผมพบว่าให้มี App ให้เลือกใช้เป็นเรือนแสน ลองเลือก App ที่ เหมาะสมกับเรา จะทำให้เราสามารถบริหารเวลาได้ดียิ่งขึ้น ผมเองเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น ผมก็จะ Download โปรแกรมเกี่ยวกับหุ้นไว้ 4-5 โปรแกรมไว้ติดตามดูสภาพการณ์ของตลาด หุ้นและราคาหุ้นรายตัว ไม่ว่าผมจะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม ทำให้ผมสามารถสั่งซื้อและขายหุ้นได้แบบ Real time แทนที่จะต้องไปนั่งที่ห้องค้าหลักทรัพย์หรือนั่งเฝ้าจอที่บ้านเหมือนสมัยก่อน

7) นอกจากจัดลำดับความสำคัญของงานแล้ว การจัดลำดับความสำคัญของการอ่านและตอบ Email ก็เป็นสิ่งสำคัญ วันๆ หนึ่ง ผมจะได้รับ Emails 50-70 Emails ซึ่งผมก็จะดูจากหัวข้อและ ผู้ส่ง โดยจะเลือกอ่านและตอบ Emails ที่สำคัญก่อน แล้วเก็บ Email ที่ไม่สำคัญไว้อ่านในวันหยุด หรือช่วงเวลาว่างๆ โชคดีที่คนยุคนี้มี Smart phone ใช้ทำให้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เราก็สามารถรับ และส่ง Email ถึงกันได้ทั่วทุกมุมของโลก

8) ปัจจุบันเราไปเสียเวลากับ Social media ต่างๆ มากเกินไป ควรจะมีการจำกัดเวลาในแต่ละวัน ให้กับสิ่งเหล่านี้ในเวลาที่พอเหมาะและควรจะใช้ในช่วงเวลาว่างๆ เช่นช่วงพักเบรก อย่างไรก็ ตามผมคิดว่าเราไม่ควรจะให้เวลากับมันเกินครึ่งชั่วโมง/วัน แต่ก็อย่างว่าแหละครับ สมัยนี้ผู้ใช้ Smart phone ทั้งหลายก็ติดตั้ง Facebook Twitter IG Line ฯลฯ กันแทบทุกเครื่อง

9) รู้จักที่จะปฏิเสธ การที่เราเป็น MR OR MISS “YES” นั่นหมายถึงงานที่จะเป็น Overload สำหรับเราต้องเกิดขึ้นเป็นประจำ ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเราแย่ลง และไม่สามารถจะทำงานหลายชิ้นได้ทันเวลา แต่ก็ไม่ใช่จะเป็น MR OR MISS “No” ในทุกๆ เรื่อง คงต้องดูตามความเหมาะสมเป็นเรื่องๆ ไป

10) ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอและพักผ่อนนอนหลับให้ได้คืนละ 7-8 ชั่วโมง เพราะจะทำให้เรามีสุขภาพแข็งแรง จิตใจผ่องใส สามารถรับมือกับงานในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี ยิ่งปัจจุบันมี App และ Gadget เสริมต่างๆ ที่ช่วยเราในการออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง Workout yoga ฯลฯ รวมทั้ง App ที่ข่วยผ่อนคลายตอนนอนให้เราหลับสบายอีกด้วย
ถ้าสามารถทำตามที่ผมเสนอแนะได้ทั้ง 10 ข้อ ผมมั่นใจว่าทุกๆ ท่านจะกลายเป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพขององค์กร และเป็นคนที่น่ารักที่มีเวลาให้กับครอบครัว

หารูรั่วเรื่องค่าใช้จ่ายเพื่อ ลดการเป็นหนี้

หารูรั่วเรื่องค่าใช้จ่ายเพื่อ ลดการเป็นหนี้

เพราะชีวิตยังมีเรื่องต่างๆ ในด้านไม่ดีที่พร้อมจะเข้ามา หากเตรียมตัวรับมือปัญหาเรื่องงาน การตกงาน หรือรายรับลดลงรวมถึงการถูกจ้างออก ฯลฯ ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยบรรเทาความความทุกข์และความสูญเสีย หรือ ความเสียหายที่อาจจะเกิดกับชีวิตหรือทรัพย์สินลงได้ ซึ่งเรื่องแบบนี้ พร้อมจะเกิดขึ้นกับชีวิตของคุณได้ตลอดเวลา

มันอาจเรียกได้ว่าเป็นอุบัติเหตุชีวิตที่ไม่คาดคิด ซึ่งอาจจะกระทบกับการงานที่ส่งผลทำให้ถูกลดตำแหน่งหรือถูกลดเงินเดือน การจ้างออก หรืองานที่ทำอยู่อาจจะทำให้ประสบปัญหาต่างๆ และตามมาด้วยปัญหาเรื่องงาน เรื่องรายได้ โดยจะต้องทำการเตรียมรับมือ หรือลงมือปฏิบัติทันทีเมื่อเจอะ เจอกับวิกฤติปัญหาเหล่านี้ ยิ่งแก้ปัญหาเร็วเท่าไร ก็จะยิ่งชวยลดความสูญเสียลงได้มากเท่านั้น
แนวทางการเตรียมรับมือกับวิกฤติการเงินและเรื่องงาน
การเตรียมรับมือกับวิกฤติต่างๆ ที่อาจจะเกิดกับการทำงาน ปัญหาเรื่องงาน หน้าที่การงาน และปัญหาเรื่องเงิน หรือเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน การแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าอาจจะหยุดการใช้มือถือแบบรายเดือน ซึ่งจะช่วยทำให้ควบคุมรายจ่ายยากมาก เพราะบางครั้งที่กำลังคุยแบบติดพัน ก็จะใช้โทรกันแบบไม่ยั้งไม่สนใจ เพราะไม่เห็นเวลาที่เงินถูกตัดแต่จะเห็นก็สิ้นเดือนเพราะทำให้ใช้ไม่ระวัง แต่หากบ้านใครมีสมาชิกหลายคน จำเป็นต้องรีบรัดเข็มขัดทันที แล้วลองหาช่องทางใช้ให้ประหยัด

หรือหากมีมือถือหลายเครื่อง การซื้อwifi หรือหามือถือแบตอึดทนเพื่อไว้กระจายสัญญาณเน็ตให้เครื่องอื่น สามารถใช้ได้ด้วย ก็จะทำให้ประหยัดยิ่งขึ้น หรือจะลองหยุดการใช้อินเตอร์เน็ตแบบรายเดือนดู หลายคนใช้อินเตอร์เน็ตแบบที่เป็นทั้งผ่านมือถือรายเดือนและเน็ตบ้านรายเดือน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างมาก หากมีปัญหาเรื่องการงาน การเงิน ควรหาทางจัดการตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีที่สุด

พยายามเลิกหรือหยุดการใช้สินค้าเงินผ่อน
การใช้สินค้าเงินผ่อนซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงและผ่อนระยะยาวไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ควรจะหาทางตัดหนี้สินให้เร็วที่สุด อย่างรถยนต์ก็จะมีบริการปิดไฟแนนซ์และมีบริการไฟแนนซ์แก่ผู้ซื้อที่สร้างความสะดวกอย่างมาก  อย่ารอให้ชีวิตเกิดปัญหาคุณสามารถลดศักดิ์ศรีและความมีหน้ามีตาลงมาแล้วหารถมือสองที่ไม่ต้องเป็นหนี้มาใช้  หรือแบบผ่อนไม่มาก มันมีรถบางคันที่ผู้ขายร้อนเงินมาก จากที่ตั้งราคาขายดาวน์หลายแสน อาจจะสามารถต่อราคาซื้อดาวน์ลงได้ประมาณแสนบาท ซึ่งผู้ขายต้องยอมปล่อย และหากยังยื้อใช้งานต่ออาจจะยิ่งขายยาก และมีโอกาสถูกกดราคามากกว่านี้

บางคันต้องเอาไปเปลี่ยนสัญญาผ่อนต่อเอาเองก็มี ส่วนทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มในอนาคตอย่างบ้าน หากอยู่ในทำเลที่ดี และคิดว่าคุณผ่อนไหวก็ควรจะเก็บไว้ แล้วหาทางขายทรัพย์สินอื่นทิ้งไป บางคนมีหนี้ก้อนใหญ่ทางบ้านมีปัญหาการเงินหากบ้านคุณมีราคาปรับตัวขึ้นสูงมาก แม้จะยังผ่อนไม่จบ แต่ก็สามารถทำการขายบ้านได้กำไร ซึ่งจ่ายหนี้หมดแล้วก็ยังมีเงินเหลือ ไปตั้งตัวได้

ขายเครื่องใช้ที่ไม่จำเป็นทิ้งไปบ้าง
ลดการใช้ข้าวของที่มากเกินไปแม้บางอย่างอาจจะไม่มีค่าใช้จ่ายหรือไม่ได้ซื้อมาแต่มีผลต่อจิตใจ จะต้องทิ้งก็ต้องเกิดความเสียดายอะไรที่ลดๆ ได้ ก็ลดเสียจะดีกว่า การมีข้าวของเครื่องใช้มากเกินไป บางคนเป็นการสร้างรายจ่ายหรือเงินจมไปกับข้าวของ ซึ่งหากมีชีวิตมีปัญหาเรื่องการงาน ควรหาทางจัดการขายทิ้งอย่ารอให้ถึงวันที่แย่ต้องขายบ้านเพราะทรัพย์สินเหล่านั้นจะเป็นภาระ อาจจะต้องแจกฟรีเพราะขายไม่ทัน ซึ่งข้าวของเครื่องใช้หาใหม่ได้ลองอยู่แบบเรียบง่ายดี สบายใจดีไม่ทุกข์ใจกับของใช้ เพราะบางอย่างไม่ใช้ก็เสีย

  ฝึกชีวิตให้กินอยู่แบบเรียบง่าย
การฝึกใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่ใช่เป็นการอยู่แบบไม่มีจะกิน แต่จะช่วยให้รู้ว่าในแต่ละวันจะมีค่าใช้จ่ายจริงๆ เท่าไหร่ ลองใช้ชีวิตเรียบง่ายดู หากเลือกกินแต่ของที่มีประโยชน์จริงๆ มันจะไม่แพงเหมือนไปนั่งกินตามร้านอาหารลองหุงข้าว ทำกับข้าวกินเองจะทำให้ค่าใช้จ่ายลดเกือบครึ่งหนึ่ง หากบ้านมีพื้นที่ให้ปลูกผักสวนครัว ผักที่กินบ่อยๆ อย่างพริก ใบมะกรูด โหระพากระเพรา ในแต่ละเดือนก็ลดรายจ่ายไปหลักร้อยบาทได้แถมดีต่อสุขภาพ เพราะปลูกเองปลอดสารพิษ

ตัวอย่าง ทานตะวันงอกปลูกง่ายมาก ต้นทุนก็แสนถูกและมีสารอาหารดีๆ มีประโยชน์ เยอะมาก เชื่อว่าแต่ละคนก็จะมีรูรั่วในกระเป๋าเงินไม่เหมือนกัน บางคนก็รูใหญ่รั่วมากหาเงินมาจ่ายหนี้ตั้งแต่เฉพาะต้นเดือนถึงกลางเดือน ของใช้บางอย่างต้องซื้อทุกเดือนก็ลองลด หากในบ้านมีสมาชิกหลายคนยิ่งจะช่วยลดรายจ่ายได้มาก

หากการเงินเริ่มมีปัญหา หรือ งานที่ทำอยู่เริ่มมีปัญหา การรับจัดการเคลียปัญหาหนี้สินหรือภาระที่ไม่จำเป็นต่างๆ ให้เร็วที่สุด อย่ารอให้เกิดขึ้นก่อนและจึงแก้ไข การมีหนี้สินมากเกินไปหากมีปัญหาการเงินเกิดขึ้น จะกลายเป็นปัญหาหนัก เพราะการต้องขายทรัพย์สินขณะร้อนเงิน จะยิ่งถูกกดราคาอย่างมาก ยิ่งแย่เหมือนยิ่งโดนซ้ำเติมให้หนักเข้าไปอีก แต่เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันที่ชีวิตแย่ หรือไม่มีเงินลองลดหรือประหยัดดู จะได้รู้จักตัวตนของตัวเองเร็วขึ้น หันมาใช้ชีวิตเรียบง่าย และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น หากรู้ตัวก่อน การสร้างหนี้และมีการวางแผนใช้จ่ายก็จะไม่พลาด

หนุ่มสุรินทร์ตามหาแม่ ตั้งแต่เกิดยังไม่เคยเจอ มีแค่รูปใบเดียว

หนุ่มสุรินทร์ตามหาแม่ ตั้งแต่เกิดยังไม่เคยเจอ มีแค่รูปใบเดียว

หนุ่มสุรินทร์ตามหาแม่ ตั้งแต่เกิดยังไม่เคยเจอ มีแค่รูปใบเดียว

หนุ่มหวังพึ่งสื่อมวลชน ช่วยตามหาแม่บังเกิดเกล้าจนเจอ ทำความฝันที่อยากเจอแม่สักครั้งในชีวิตให้สำเร็จ หลังเห็นแค่รูปภาพใบเดียวตั้งแต่เกิดมา

เมื่อวันที่ (2 มิ.ย.) ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุรินทร์ ได้รับแจ้งร้องขอความช่วยเหลือจาก นายวิชิต จิตรโท อายุ 31 ปี ชาวบ้าน ต.บุฤาษี อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่เดินถือรูปถ่ายเข้ามาให้สื่อมวลชนดู ระบุว่าเป็นรูปถ่ายที่เป็นรูปของแม่บังเกิดเกล้า ที่มีเก็บติดตัวเอาไว้เพียงรูปเดียว

นายวิชิต ยังได้นำเอกสารต่างๆ มาแสดง ระบุว่าชื่อบิดาและมารดา พร้อมกับแสดงความต้องการให้สื่อมวลชนช่วยตามหา นางรุ่งทิพย์ จิตรโท ผู้เป็นแม่แท้ๆ ที่พลัดพรากจากกันไปตั้งแต่เกิด เติบโตมาอายุย่างเข้าเลข 3 แล้ว ยังไม่เคยได้พบเจอแม่เลยสักครั้งเดียว

หนุ่มสุรินทร์รายนี้ เปิดเผยว่า อยากให้สื่อมวลชนและสังคมช่วยกันติดตามหาแม่บังเกิดเกล้าของตน ก่อนหน้าที่เคยออกตามหา นางรุ่งทิพย์ ตั้งแต่ปี 2556 แต่ก็ยังไม่พบเจอ นายวิชิต เปิดเผยว่า ตนเป็นลูกบุญธรรมที่ได้ นายสว่าง และ นางสำรวย ผิวงาม รับอุปการะเลี้ยงดูจากศูนย์อนามัยแม่และเด็ก เขต 6 จ.ขอนแก่น ตั้งแต่ยังแบเบาะ

นายวิชิต ยังกล่าวว่า ตนแค่ต้องการทราบว่า แม่ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ อยากเจอเเม่ผู้ให้กำเนิดสักครั้งในชีวิต ตนได้ติดต่อขอความช่วยเหลือไปยัง ศูนย์วิทยุร่วมด้วยช่วยกัน 1677 ได้รับการช่วยเหลือทราบข่าวว่า นางรุ่งทิพย์ จิตรโท แม่ของตนอยู่ที่ ชุมชนวัดจันทร์ตะวันตก จ.พิษณุโลก แต่เมื่อไปถึงก็ยังหาไม่เจอ

อย่างไรก็ตาม นายวิชิต บอกว่า ตอนนี้เจอเพียงคุณยายและคุณป้า อาศัยอยู่ที่บ้านดงพอง ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป้าหมายคืออยากบอกเเม่ให้ทราบว่า ยังมีลูกชายชื่อ นายวิชิต ตามหาอยู่ หากทราบข่าวผ่านสื่อแล้ว จึงวอนขอให้ติดต่อกลับมาหาลูกชาย ที่หมายเลขโทรศัพท์ 062-5074985

สะตอพังงาแหล่งผลิตต้นน้ำสู่ประเทศอาเซียน

สะตอพังงา

สะตอพังงาแหล่งผลิตต้นน้ำสู่ประเทศอาเซียน

‘สะตอพังงา’ แหล่งผลิตต้นน้ำ ส่งต่อพ่อค้าคนกลาง ก่อนโกอินเตอร์ออกสู่ประเทศอาเซียน

“สะตอ” ผักพื้นบ้านของชาวใต้ ซึ่ง จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่มีผลผลิตสะตอออกสู่ตลาดมากเป็นอันดับต้น ๆ ของภาคใต้ ส่วนใหญ่เกษตรกรจะปลูกสะตอ รวมอยู่กับไม้ผลชนิดอื่น ซึ่งผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดช่วงปลายเดือนเมษายน และจะออกมาก ในช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม ซึ่งในช่วงต้นฤดู สามารถขายได้ถึงฝักละ 6 – 10 บาท ปัจจุบัน ขายได้ประมาณฝักละ 3 – 4 บาท ด้าน นายสุชาติ ศรีรอดภัย อายุ 46 ปี เกษตรกร ม.4 ต.กะปง อ.กะปง จ.พังงา เปิดเผยว่า ส่วนใหญ่สะตอของ จ.พังงา จะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงที่บ้าน โดยที่พ่อค้าคนกลางออกตระเวนซื้อรวบรวมสะตอในพื้นที่ ก่อนจะบรรทุกไปส่งยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สำหรับบางสวนก็มีการจองซื้อไว้เป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ อ.หาดใหญ่ นั้นถือเป็นศูนย์กลางในการซื้อสะตอไปเมล็ด สำหรับส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม สะตอ ถือเป็นพืชผักที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี ซึ่งวิตามิน และแร่ธาตุเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งมีประโยชน์กับร่างกาย มีส่วนช่วยบำรุงสายตา ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ช่วยลดความดันโลหิต ทำให้เม็ดเลือดแดงเกาะกลุ่มกันได้ดีขึ้น ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ช่วยในการขับปัสสาวะ มีฤทธิ์เป็นยาระบาย อีกทั้ง ยังช่วยในการขับถ่ายได้ดีขึ้น ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา นอกจากนี้แล้วหลายคนยังเชื่อว่าการกินสะตอเป็นประจำจะช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้อีกด้วย

ดวงตาสวรรค์! พระธาตุเขาน้อย อลังการ งดงาม

ไล่เปิด ไล่ดู เหมือนต้องมนต์ความงาม สัมผัสมนต์มุมมองสะกด

“ครั้งนี้มีโอกาสได้มา จ.น่าน พวกเราไม่พลาดที่จะมาเที่ยววัดพระธาตุเขาน้อย” เขาบอกว่าจริงๆ แล้ว สามารถขับรถขึ้นไปด้านบนได้เลย แต่เราเลือกที่จะเดินขึ้นบันได สามร้อยสามขั้น เดินไปพักไป จนขึ้นมาถึงด้านบน จุดเด่นของวัดนี้ คือ องค์พระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร ขนาดสูงใหญ่ หันไปทางเมืองน่าน และจุดนี้ สามารถมองเมืองน่านจากมุมสูงได้อย่างชัดเจน

ภายในวัด จะพบกับองค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐปูนสีขาว ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เล่ากันว่าตามประวัติพระธาตุเขาน้อยสร้างโดย มเหสีรองของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองเมืองน่านในอดีต และได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ในปี 2449 – 2454 โดยช่างชาวพม่า

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้เป็นภาพงดงามจาก Thairath Drone ที่วัดพระธาตุเขาน้อย ตั้งอยู่ที่ ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน มาให้ชมกัน เป็นภาพมุมมองใหม่ๆ ที่ดูแล้วมุมมองเหมือนกับดวงตาสวรรค์ที่มองลงมายังความงดงาม.