ศาลสั่งจำคุก 4 เดือน,พ่อค้าขายข้าวมันไก่,ฆ่าสุนัขตาย

ศาลสั่งจำคุก 4 เดือนพ่อค้าขายข้าวมันไก่ ฆ่าสุนัขตาย

ศาลสั่งจำคุก 4 เดือนพ่อค้าขายข้าวมันไก่ ฆ่าสุนัขตาย

ศาลพิพากษา จำคุก 4 เดือน ‘พ่อค้าข้าวมันไก่’ มือแทงสุนัขตาย โดยไม่รอลงอาญา

เมื่อวันที่ (18 พ.ค.) ศาลพิพากษาให้จำคุก นายอานนท์ เมฆสัน อายุ 34 ปี พ่อค้าขายข้าวมันไก่ย่านรามคำแหง 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา หลังก่อเหตุใช้เหล็กตีและใช้มีดแทงสุนัขจรจัดตาย ภายในซอยรามคำแหง 60/2 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ เหตุเกิดเวลากลางคืน เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2559 แต่เนื่องจาก นายอานนท์ ให้การรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 2 เดือน

นายอานนท์ จะถูกควบคุมตัวไปกักขังในสถานที่ราชการ พื้นที่คลองห้า จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรม ขณะที่นายจอห์น ดัลลี่ ประธานมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย มาร่วมสังเกตการณ์ฟังคำพิพากษาในวันนี้ด้วย

ไขข้อข้องใจ,ชาร์จแบตเตอรี่อย่างไรให้ถูกหลัก, พร้อมวิธีการดูแล,และถนอมแบตเตอรี, ไม่ให้แบตเสื่อมเร็ว

สำหรับบทความที่เกี่ยวกับ วิธีการถนอมและยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่บนสมาร์ทโฟน เชื่อได้ว่า หลายๆ ท่านคงจะเคยอ่านผ่านตามาบ้าง แต่ข้อมูลจากแต่ละที่มักจะไม่ตรงกัน จนเกิดความสับสนว่า ควรจะเชื่อข้อมูลจากแหล่งใดกันแน่ อันที่จริงแล้ว ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรี่นั้น เกิดขึ้นมาจากการนำความเข้าใจในการชาร์จแบตเตอรี่แบบเก่ามาใช้เสียมากกว่า

ซึ่งก่อนที่สมาร์ทโฟนรุ่นปัจจุบัน จะใช้แบตเตอรี่แบบ Li-Ion นั้น คงจะจำกันได้ว่า แบตเตอรี่บนโทรศัพท์มือถือนั้น เป็นแบบ Nickel (นิกเกิล) ซึ่งมีวิธีการชาร์จที่แตกต่างจากแบตเตอรี่แบบ Li-Ion อยู่แล้ว แต่ก่อนที่จะอธิบายถึงแบตเตอรี่แบบ Li-ion นั้น เรามาทำความเข้าใจวิธีการทำงานของแบตเตอรี่แบบ Nickel กันก่อน

แบตเตอรี่แบบ Ni-MH

สำหรับแบตเตอรี่แบบนิกเกิล ที่เราได้ยินกันจนชินนั้น มีอักษรย่อว่า Ni-MH (Nickel-Metal-Hydride) ซึ่งพัฒนามาจากแบตเตอรี่รุ่นแรกอย่าง Ni-Cd (Nickel-Cadmium) โดยปรับปรุงให้มีความจุมากขึ้นในขนาดเท่าเดิม ซึ่งแบตเตอรี่แบบนี้ จะมีปัญหาเรื่อง Memory Effect ที่จะต้องทำการคลายประจุออกให้หมดเสียก่อน จึงจะชาร์จแบตเข้าไปใหม่ จาก 0% จนเต็ม 100% ได้ (Fully Discharged) จึงไม่น่าแปลกใจว่า โทรศัพท์มือถือเมื่อ 10 ปีก่อน ไม่ควรทำการชาร์จแบตบ่อยๆ ถ้าหากแบตยังไม่หมด เพราะจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว เนื่องมาจากปัญหา Memory Effect เพราะการชาร์จตอนที่แบตเตอรี่ยังไม่หมด จะเป็นสร้างความจำให้กับแบตเตอรี่ว่า มีความจุภายในน้อยลงนั่นเอง

แต่สำหรับแบตเตอรี่แบบ Lithium-Ion หรือ Li-Ion นั้น แตกต่างจากแบตเตอรี่แบบ Ni-MH อย่างสิ้นเชิง เพราะนอกจากจะปรับดีไซน์ให้มีขนาดเล็กลงแล้ว ยังตัดปัญหาเรื่อง Memory Effect ออกไปด้วย ทำให้สามารถชาร์จได้บ่อย และไม่จำเป็นต้องชาร์จจนเต็ม 100% ซึ่งแบตเตอรี่ประเภทนี้ จะมีสิ่งที่เรียกว่า Charge Cycle หรือ ตัวเลขที่ประมาณรอบการใช้งานของแบตเตอรี่ก่อนที่แบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อม อธิบายง่ายๆ ก็คือ สมมติว่า ใช้แบตเตอรี่จาก 100% จนเหลือ 50% แล้วนำไปชาร์จเพิ่มจนเต็ม 100% และใช้งานจนเหลือ 50% แบบนี้ จะนับเป็น 1 รอบ Charge Cycle ครับ

อันที่จริงแล้ว การที่แบตเตอรี่เริ่มเสื่อม ไม่ได้มีสาเหตุจากการใช้งานจนครบ Charge Cycle อย่างเดียว เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ไปลดรอบ Charge Cycle ให้ลดลง มีอะไรบ้าง มาดูกันครับ

ความร้อน ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว

อุณหภูมิที่ร้อนจัด หรือเย็นจัด ส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่โดยตรง ซึ่งเป็นกับทุกอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่บรรจุ ไม่ใช่เฉพาะสมาร์ทโฟนเพียงอย่างเดียว อุณหภูมิที่เหมาะสมมากที่สุด ก็คือ อุณหภูมิห้อง นั่นเอง หลายๆ ท่านคงจะเกิดความสงสัยว่า ใครจะเสี่ยงเอาสมาร์ทโฟนไปใกล้กองไฟ หรือเปลวไฟ ความร้อนในที่นี้ รวมถึง การลืมสมาร์ทโฟนทิ้งไว้ในรถยนต์เช่นกัน ซึ่งเป็นสาเหตุลำดับต้นๆ ที่ทำให้แบตเตอรี่บนสมาร์ทโฟนเสื่อมเร็วขึ้น

หลายๆ ท่านคิดว่า การแช่แบตเตอรี่สำรองไว้ในตู้เย็น จะเป็นการยืดอายุของแบตเตอรี่ให้นานขึ้น เป็นความคิดที่ผิดนะครับ อย่าได้ไปลองทำกันเชียว

 

อย่าใช้จนแบตหมดเหลือ 0% และควรชาร์จเมื่อแบตเหลือ 50%

สำหรับแบตเตอรี่แบบ Li-Ion นั้น ไม่ควรใช้งานจนเหลือ 0% เพราะเป็นการทำร้ายแบตเตอรี่ทางอ้อม เนื่องจากแบตเตอรี่ประเภทนี้ ไม่ใช่แบบ Fully Discharged เหมือนแบตเตอรี่แบบ Ni-MH แต่ถ้าหากแบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% เพราะความจำเป็น เนื่องจากหาที่ชาร์จแบตเตอรี่ไม่ได้ในเวลานั้น ให้รีบชาร์จให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

คำถามถัดมาก็คือ แล้วเราควรจะชาร์จแบตเมื่อลดลงไปกี่เปอร์เซ็นต์ ถึงจะส่งผลดีต่อตัวแบตเตอรี่? ซึ่งคำตอบนี้ ทาง Apple ได้เคยชี้แจงว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ก็คือช่วงที่แบตเตอรี่ลดลงเหลือราวๆ 50%จริงอยู่ที่แบตเตอรี่แบบ Li-Ion จะสามารถชาร์จได้บ่อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า แบตเตอรี่ลดลงจากเดิมแค่ 5-10% ก็เสียบสายชาร์จแล้ว ยิ่งทำแบบนี้บ่อยๆ ยิ่งทำให้แบตเสื่อมเร็วขึ้นครับ ฉะนั้น ข้อควรจำสำหรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบนี้ก็คือ อย่าปล่อยให้แบตหมดเหลือ 0% แล้วค่อยชาร์จ และอย่าชาร์จจนเต็ม 100% บ่อยๆ

 

โน้ตบุ๊ค เสียบสายชาร์จค้างไว้ ดีหรือไม่?

สำหรับผู้ที่ใช้งานโน้ตบุ๊ค คงจะสังเกตเห็นว่า เมื่อใดก็ตามที่ตัวเครื่องต้องประมวลผลหนัก อย่างเช่น เล่นเกมกราฟิกสูง หรือเปิดใช้งานโปรแกรมต่างๆ ตัวเครื่องจะร้อนจัด ซึ่งความร้อนนี้เอง ส่งผลต่ออายุของแบตเตอรี่โดยตรง จึงได้มีคำแนะนำว่า ถ้าหากเป็นโน้ตบุ๊คที่สามารถถอดแบตเตอรี่ได้ ให้ถอดแบตออกถ้าหากต้องเสียบปลั๊กไว้ตลอดเวลา แต่สำหรับโน้ตบุ๊คที่ไม่สามารถถอดแบตเตอรี่ออกได้ อย่างเช่น MacBook Air หรือ MacBook Pro ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากมีระบบตัดไฟเมื่อมีการชาร์จจนเต็มนั่นเอง

จากข้อมูลข้างต้น มาดูกันดีกว่าว่า เพื่อถนอมให้แบตเตอรี่ใช้งานได้อย่างยาวนานขึ้น สิ่งที่ควรทำ และไม่ควรทำ มีอะไรกันบ้าง

1. ไม่ควรทิ้งไว้ข้ามคืนสำหรับการชาร์จในครั้งแรก

หลายๆ ท่านคงจะเคยได้ยินมาบ้างว่า การเปิดใช้งานโทรศัพท์มือถือครั้งแรก ควรจะชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ข้ามคืน ซึ่งวิธีนี้ เหมาะสำหรับแบตเตอรี่แบบ Ni-MH เท่านั้น แต่ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ใช้แบตเตอรี่แบบ Li-Ion กันหมดแล้ว ฉะนั้น จะเสียชาร์จ หรือเลิกชาร์จเมื่อใดก็ได้

2. หลีกเลี่ยงการใช้งานอุปกรณ์ขณะชาร์จแบตเตอรี่

ทุกๆ ครั้งที่ทำการชาร์จแบตเตอรี่ ตัวเครื่องจะเกิดความร้อนสูงมากอยู่แล้ว แต่เมื่อใดที่ทำการชาร์จไปเล่นไปพร้อมกัน กระแสไฟที่ส่งเข้ามาจะเกิดการแบ่งไฟ ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณกระแสไฟสูงขึ้น ส่งผลทำให้ตัวเครื่องร้อนกว่าเดิม และแบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น ฉะนั้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานอุปกรณ์ขณะทำการชาร์จแบต เพื่อยืดอายุของแบตเตอรี่ให้นานมากขึ้น

3. อย่าใช้งานจนแบตหมดเหลือ 0%

การปล่อยให้แบตหมดเหลือ 0% คือการทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น แต่ถ้ามีความจำเป็นจริงๆ เนื่องจากไม่สามารถหาที่ชาร์จแบตได้ในตอนนั้น จะต้องรีบหาทางชาร์จแบตให้เร็วที่สุด เพราะการชาร์จแบตเตอรี่ในขณะที่แบตเตอรี่เหลือน้อยนั้น จะทำให้ตัวแบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าเดิม

4. ชาร์จแบตบ่อยๆ ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องชาร์จจนเต็ม

แบตเตอรี่แบบ Li-Ion นั้น ไม่จำเป็นต้องปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% แล้วค่อยชาร์จ สามารถเสียบชาร์จได้เลยตามต้องการ แต่มีข้อแม้ว่า ไม่ควรชาร์จจนเต็ม 100% และควรชาร์จเมื่อแบตเตอรี่ลดจนถึงระดับ 50% ส่วนการที่แบตเตอรี่ลดลงเพียง 5-10% แล้วเสียบชาร์จ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเช่นกัน

5. อย่าเก็บอุปกรณ์ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง

สำหรับใครที่ชอบลืม มือถือ ไว้ในรถเป็นประจำ ควรจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมนี้เสียใหม่ เพราะความร้อนนั้น ส่งผลทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วมากขึ้น นอกเหนือจากความร้อนแล้ว อุณหภูมิที่เย็นจัด ก็เป็นตัวการทำให้แบตเสื่อมเร็วเช่นกัน

 

ที่มา : howtogeek.com

ไทย,ยังร้อนจัด,กทม.,ตั้งแต่เที่ยง,มีฝนร้อยละ10

ไทยยังร้อนจัดกทม.ตั้งแต่เที่ยงมีฝนร้อยละ10

ไทยยังร้อนจัดกทม.ตั้งแต่เที่ยงมีฝนร้อยละ10

อุตุฯ เตือน ไทยยังร้อนจัด ฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ กรุงเทพฯ ตั้งแต่ 12.00 น. เป็นต้นไป มีฝนร้อยละ 10

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนบริเวณประเทศไทย มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ บริเวณ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม นครราชสีมา และ ชัยภูมิ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และด้านตะวันออกของภาคเหนือ กับลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง

ขณะที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่ 12.00 น.เป็นต้นไป อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

เขื่อนลำตะคอง,น้ำเข้าน้อย,อาจลดการจ่ายน้ำ

เขื่อนลำตะคองน้ำเข้าน้อยอาจลดการจ่ายน้ำ

เขื่อนลำตะคองน้ำเข้าน้อยอาจลดการจ่ายน้ำ

เขื่อนลำตะคอง น้ำยังเข้าน้อย อาจปรับลดการจ่ายน้ำออก หลังหลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง

นายสุทธิโรจน์ กองแก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง เปิดเผยว่า ภายหลังจากในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ทำให้ในหลายพื้นที่มีปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แหล่งน้ำพื้นที่ท้ายเขื่อน และพื้นที่เกษตรกรรับน้ำฝนเข้าเติมในทุกพื้นที่ ขณะที่เขื่อนลำตะคอง ปริมาณน้ำที่ไหลเขื่อน ยังถือได้ว่า มีปริมาณน้อยประมาณ 1-2 หมื่นลูกบาศก์เมตร สาเหตุที่ทำให้มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนในปริมาณที่น้อย เนื่องจากฝนตกในพื้นที่ท้ายเขื่อน อีกทั้งปริมาณฝนตกในพื้นที่เหนือเขื่อนมีปริมาณน้อย ดังนั้นทำให้เมื่อตกลงมาสู่ผืนดินที่ไม่มีการอุ้มน้ำ ทำให้ผืนดินดูดซึมน้ำไปหมด จึงทำให้ปริมาณน้ำนั้น ไม่สามารถเป็นน้ำท่าที่จะไหลเข้าเขื่อนได้ แต่อย่างไรก็ตามหากในช่วง 2-3 วันนี้ ในพื้นที่เหนือเขื่อน ยังคงมีปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การภายในเขื่อนลำตะคอง ล่าสุดมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 52 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 18 เปอร์เซ็นต์ จากความจุกักเก็บ 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ ทางเขื่อนลำตะคอง ยังคงจัดส่งปริมาณน้ำออกจากเขื่อน ไปยังโรงผลิตประปาในพื้นท้ายเขื่อนกว่า 100 แห่ง เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 432,000 ลูกบาศก์เมตร แต่อย่างไรก็ตาม อาจมีการปรับลดในการจ่ายน้ำออกจากเขื่อนหากพบว่าตามแหล่งน้ำต่าง ๆ ในพื้นที่ท้ายเขื่อนมีปริมาณมากจากฝนที่ตกลงมา เพื่อเป็นการรักษาปริมาณน้ำต้นทุนภายในเขื่อน

กสม.,จัดเสวนา,ยังมีผู้หญิง,ถูกละเมิดฯ

กสม.จัดเสวนายังมีผู้หญิงถูกละเมิดฯ

กสม.จัดเสวนายังมีผู้หญิงถูกละเมิดฯ

กสม. จัดเสวนา ยังมีผู้หญิงถูกละเมิดฯ พร้อมเสนอแนะในการตรวจสอบ เพื่อแก้ไขปัญหา

เครือข่ายองค์กรด้านสิทธิผู้หญิงและความเป็นธรรมทางสังคม ร่วมกับคณะอนุกรรมการด้านสิทธิสตรี กรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดการเสวนาเรื่อง “เจ้าสู่ปีที่ 6 ข้อกำหนดกรุงเทพฯ : ยังมีผู้หญิงถูกละเมิดสิทธิเพียง
ก้าวแรกที่เดินเข้าแดนแรกรับ” ที่ห้องประชุมชั้น 7 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยมี
คุณอังคณา นีละไพจิตร ประธานอนุกรรมการด้านสิทธิสตรี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานเปิด
การเสวนา ทั้งนี้ จะมีการเสนอรายงานสรุปข้อร้องเรียน “การตรวจสอบและข้อเสนอแนะ” ของอนุกรรมการสิทธิสตรี พร้อมทั้ง ภาคข้อเท็จจริงจากผู้ประสบเหตุการณ์ และภาคให้ความเห็นและข้อเสนอในการแก้ไขปัญหา โดย
รศ.ดร.นภาภรณ์ หะวานนท์ นักวิชาการอิสระ คุณชาติชาย สุทธิกลม กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และอธิบดี
กรมราชทัณฑ์ คุณสุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ ผศ.ดร.สุชาดา ทวีสิทธ์ นายกสมาคม
เพศวิถีศึกษา โดยจะมีการเปิดให้ผู้เข้าร่วมเสวนาอภิปรายร่วมกันในช่วงท้าย

‘ประยุทธ์’, หวั่นชาวบ้าน,ตกเป็นเครื่องมือ,หลอกถือป้าย, ‘NO ไม่รับ’

'ประยุทธ์' หวั่นชาวบ้านตกเป็นเครื่องมือ หลอกถือป้าย 'NO ไม่รับ'

‘ประยุทธ์’ หวั่นชาวบ้านตกเป็นเครื่องมือ หลอกถือป้าย ‘NO ไม่รับ’

นายกรัฐมนตรีเห็นใจประชาชนเป็นเหยื่อนักการเมือง กรณีหลอกชาวบ้านถือป้ายข้อความ ” NO ไม่รับ” ที่พิษณุโลก หลังพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่อ้างตรวจสอบทุจริต ฝากคนไทยพิจารณา คนเช่นนี้หรือที่ควรจะให้เป็นผู้บริหารบ้านเมือง

พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณี ประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ อ.วัดโบสถ์ จ. พิษณุโลก ออกมาร้องเรียนว่า ถูกนักการเมืองพรรคใหญ่หลอกให้ถือป้ายผ้าข้อความ ” NO ไม่รับ” ว่า

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รู้สึกเห็นใจพี่น้องประชาชนทุกคนที่ตกเป็นเหยื่อนักการเมืองฉ้อฉล หลอกใช้ประชาชนทำสิ่งที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ถือเป็นการกระทำของที่คนมีใจคิดร้าย อาศัยความเกรงอกเกรงใจของพี่น้องประชาชน เพื่อตนเองจะได้นำเหตุการณ์นี้ไปขยายผลเป็นประโยชน์ทางการเมืองต่อไป

“ป้ายผ้าดังกล่าว แกนนำพรรคการเมืองเป็นผู้จัดทำมา ซึ่งข้อความที่ปรากฏอาจถูกตีความว่า ประชาชนต่อต้านโครงการขุดลอกบึงหนองพล ทั้งที่ความจริงพี่น้องประชาชนเป็นผู้เรียกร้องให้เกิดโครงการนี้และต้องการให้ดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็ว อีกทั้งป้ายดังกล่าวอาจตีความไปในอีกทางได้ว่ามีเจตนาฝ่าฝืน พรบ.การลงประชามติ ซึ่งมีโทษสถานหนัก

หากประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อถูกลงโทษจริง นักการเมืองเจ้าเล่ห์เหล่านี้ก็จะฉวยโอกาสเอาไปขยายข่าวต่ออีกว่ารัฐบาลใช้อำนาจรังแกพี่น้องประชาชน ทั้งที่นักการเมืองคือผู้จัดฉาก ขุดบ่อล่อปลา ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ ซึ่งกลุ่มนักการเมืองพรรคนี้ มีพฤติกรรมกลับดำเป็นขาว กลับขาวเป็นดำเช่นนี้มาโดยตลอด ถือเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ และไร้ซึ่งเกียรติ

ท่านนายกฯ ฝากพี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านได้พิจารณาว่า ควรหรือที่จะให้นักการเมือง และพรรคการเมือง ที่หลอกลวงได้แม้กระทั่งพี่น้องประชาชน ได้กลับมาเป็นผู้แทน หรือผู้บริหารบ้านเมืองอีก”

พลตรีสรรเสริญ กล่าวต่อว่า กรณีที่มีนักการเมืองออกมาให้ข้อมูล ในทำนองทหารในพื้นที่เรียกประชาชนที่ถือป้ายมาปรับทัศนคตินั้น ถือเป็นการปั้นน้ำเป็นตัวบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะทหารมิได้มีการเชิญพี่น้องประชาชนกลุ่มดังกล่าวมาพบแต่อย่างใด เป็นพี่น้องประชาชนเองที่ต้องการมาพบทหารเพื่อร้องเรียนว่าตนถูกหลอกลวง และไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือตั้งใจกระทำตามที่ นักการเมืองออกมาให้ข่าว

“สำหรับโครงการขุดลอกบึงหนองพล เป็นโครงการที่ประชาชนในพื้นที่ร้องขอมายังรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ และรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณให้ แต่ผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานได้เสร็จตามกำหนดก็ต้องถูกปรับเป็นรายวันทุกวัน และจะได้รับเงินต่อเมื่อดำเนินโครงการจนแล้วเสร็จเท่านั้น

หากหน่วยงานหรือองค์กรใดเห็นว่า การดำเนินงานมีความบกพร่องก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลก็ยินดีมากที่จะช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อให้งานเดินหน้าได้เร็วที่สุด

แต่ไม่ควรอาศัยสถานการณ์นี้ก่อกวน จนทำให้การขุดลอกช้าออกไป เพราะจะทำให้ประชาชนได้ใช้น้ำช้าลงไปอีก ขอให้เห็นใจประชาชน อย่าหวังแต่ผลประโยชน์ทางการเมือง”

นครพนม,เร่งช่วยผู้ประสบภัย,พายุฤดูร้อน

นครพนมเร่งช่วยผู้ประสบภัยพายุฤดูร้อน

นครพนมเร่งช่วยผู้ประสบภัยพายุฤดูร้อน

หลายหน่วยงานใน จ.นครพนม เร่งลงพื้นที่เยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน

เกิดพายุฤดูร้อนและลมกรรโชกแรงอย่างต่อเนื่องใน อ.ธาตุพนม โดยเฉพาะในเขตเทศบาลพายุได้พัดบ้านเรือนและป้ายโฆษณาเสียหายหลายแห่ง ส่วนที่ อ.เรณูนคร ก็เจอพายุฤดูร้อนหลายจุดกัน ล่าสุด นางปัทมา วิทย์ดำรงค์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม พร้อมสมาชิกเหล่ากาชาด และนายอำเภอนาแก ได้เดินทางไปมอบถุงยังชีพ แก่ชาวบ้านคำพี้ อ.นาแก ที่โดนพายุฤดูพัด

ขณะที่ อ.โพนสวรรค์ นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ นายอำเภอโพนสวรรค์ ได้นำกำลังอาสาสมัครออกไปช่วยชาวบ้านมุงหลังคา ด้านนายเสกสันต์ ไชยบูลย์ เจ้าพนักงานอุตุนิยมวิทยานครพนม ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง

บุกทลาย,บ่อนหนองคาย,พบจ่ายส่วย,จึงกล้าเปิด

บุกทลายบ่อนหนองคายพบจ่ายส่วยจึงกล้าเปิด

บุกทลายบ่อนหนองคายพบจ่ายส่วยจึงกล้าเปิด

ทหารสนธิกำลังฝ่ายปกครอง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ทลายบ่อนไพ่รวบ 8 ผู้ต้องหา เจ้าของ เผย จ่ายส่วยให้ตำรวจจึงกล้าเปิด

เจ้าหน้าที่ทหารจังหวัดหนองคาย – ฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาประกอบด้วย 1.นางพวงพะยอม อายุ 44 ปี 2.นางคำพันธ์ อายุ 44 ปี 3.นางทองม้วน อายุ 60 ปี 4.นายสมชาย 44 ปี 5.นางสาวกนกนุช อายุ 41 ปี 6.นางจารุวรรณ อายุ 35 ปี 7.นางยุพิน 8.นางสาวเจนจิรา อายุ 56 ปี พร้อมของกลางไพ่ 11 สำรับ เงินสด 680 บาท และแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันลักลอบเล่นการพนันไพ่ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มกับ นางจารุวรรณ คือเป็นเจ้าบ้านเปิดให้มีการลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย สำหรับการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดหนองคาย นำโดย ร.อ.อนุชา ศรีอำไพวราภรณ์ หัวหน้า ชป.พท.ร.13 พัน 1 สืบทราบว่าในพื้นที่ตำบลหนองนาง อำเภอท่าบ่อ มีการลักลอบเปิด
บ่อนการพนัน จึงได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ ฉก.ตชด.24 ฝ่ายปกครองอำเภอท่าบ่อ นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมที่บ้านเลขที่ 193 หมู่ 1 ต.หนองนาง ซึ่งเป็นบ้านของ นางจารุวรรณ และจับกุมนักพนันได้ทั้งหมด 8 ราย พร้อมของกลางโดยผู้ต้องหาทุกคนได้ให้การรับสารภาพ ด้าน นางจารุวรรณ ได้เล่าให้สื่อมวลชน พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง ฟังว่า ที่กล้าเปิดบ่อนไพ่นั้น เนื่องจากตนได้จ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่งแต่สุดท้ายก็ต้องมาโดนจับ

พธม.,ค้านชงกม.,ปรองดอง,เสรี,ยันช่วยเหลือทุกฝ่าย

พธม.ค้านชงกม.ปรองดอง-เสรียันช่วยเหลือทุกฝ่าย

พธม.ค้านชงกม.ปรองดอง-เสรียันช่วยเหลือทุกฝ่าย

กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เห็นด้วย สปท. เสนอกฎหมายปรองดอง ห่วงช่วยคดี พัชรวาท สลายม็อบปี 51 ทางด้าน ‘เสรี’ ยัน ข้อเสนอ สปท. ช่วยเหลือทุกฝ่าย เพื่อสร้างปรองดองในสังคม

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของ สปท. ที่จะกำหนดแนวทางสร้างความปรองดองและนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดทางการเมือง เพราะมีความเป็นไปได้ว่าจะส่งผลต่อการช่วยเหลือคดีสลายการชุมนุม กลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 โดยมี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และ พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ถูกฟ้องอยู่ในคดีนี้ หลังจากมีความพยายามให้ ป.ป.ช. ดำเนินการถอนฟ้องคดี แต่ยังไม่สำเร็จ

ทั้งนี้ ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อเสนอนี้เป็นการเหวี่ยงแหนิรโทษกรรมให้คนบางคนได้ผลประโยชน์หรือไม่ ทั้งที่กลุ่มการเมืองแต่ละฝ่าย ก็ไม่ต้องการ เนื่องจากแนวคิดนี้ไม่มีการแยกแยะถึงสาเหตุการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองของประชาชน มองแต่ปัญหาปลายเหตุ ซึ่งการที่จะนิรโทษกรรมใคร ควรที่จะมีการถามเจ้าตัวก่อน และการจะปรองดองที่ดีคือปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ใครไม่ผิดก็หาทางเยียวยา

“เสรี” ยัน ข้อเสนอ สปท. ช่วยเหลือทุกฝ่าย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ยอมรับว่า แนวคิดสร้างความปรองดองเพื่อนิรโทษกรรมหรือยกเว้นโทษทางการเมืองในครั้งนี้ ครอบคลุมถึงการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เข้าไปดำเนินการต่าง ๆ ต่อกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ถือเป็นการช่วยเหลือทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความปรองดองในสังคม

ผอ.iLaw,ยื่นผู้ตรวจฯพ.ร.บ.,ประชามติ,ละเมิดสิทธิ,ขัดรธน.

ผอ.iLawยื่นผู้ตรวจฯพ.ร.บ.ประชามติละเมิดสิทธิขัดรธน.

ผอ.iLawยื่นผู้ตรวจฯพ.ร.บ.ประชามติละเมิดสิทธิขัดรธน.

ผอ. iLaw ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ร.บ.ประชามติ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และขัดต่อรัฐธรรมนูญ

นายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) พร้อมด้วยอดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อดีตกรรมการเลือกตั้ง อดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และเครือข่ายองค์การพัฒนาเอกชนต่าง ๆ เดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่าน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีที่เห็นว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 61 วรรคสองและวรรคสี่ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะในวรรคสองบัญญัติถึงการกระทำความผิดโดยใช้ถ้อยคำที่กว้างและคลุมเครือ คือคำว่า รุนแรง ก้าวร้าว และปลุกระดม ทำให้ประชาชนไม่กล้าแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ และมีการกำหนดโทษที่รุนแรงเกินไป จึงเป็นกฎหมายที่บังคับใช้ไม่ได้ ดังนั้น จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งพิจารณาและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว ในมาตรา 61 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ