อิสราเอลเผยผู้นำโลกร่วมพิธีศพเปเรส30กย.นี้

อิสราเอลเผยผู้นำโลกร่วมพิธีศพเปเรส30กย.นี้

อิสราเอลเผยผู้นำโลกร่วมพิธีศพเปเรส30กย.นี้

กระทรวงต่างประเทศอิสราเอล แถลง ผู้นำทั่วโลกจะมาร่วมพิธีศพ นาย ชิมอน เปเรส อดีตผู้นำอิสราเอล ในวันศุกร์นี้

สำนักข่าวของอิสราเอลรายงานจากการแถลงของ นาย เอ็มมานูเอล นาห์ชอน โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิสราเอลว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบ่า ผู้นำแห่งสหรัฐ และผู้นำทั่วโลกจะมาร่วมพิธีศพนายชิมอน เปเรส อดีตประธานาธิบดีอิสราเอลในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ โดย โฆษกต่างประเทศอิสราเอลกล่าวว่า ผู้นำประเทศที่คาดว่าจะมาร่วมในพิธีศพนายชิมอน เปเรส ได้แก่ ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลลองด์ แห่งฝรั่งเศสประธานาธิบดีโยอาคิม เกาค์ แห่งเยอรมัน และเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฏราชกุมารแห่งอังกฤษ สำหรับพิธีศพอดีตประธานาธิบดีอิสราเอลจะมีขึ้นที่สุสานเมาท์เฮิร์ซในกรุงเยรูซาเล็มซึ่งเป็นสุสานบุคคลชั้นนำของอิสราเอล

พล.อ.อนันตพรติดตามพลังงานขอนแก่น

พล.อ.อนันตพรติดตามพลังงานขอนแก่น

พล.อ.อนันตพรติดตามพลังงานขอนแก่น

‘พล.อ.อนันตพร’ ลงพื้นที่ขอนแก่น ติดตามสถานการณ์พลังงาน ยืนยัน ปิดซ่อมแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม ไม่กระทบผู้ใช้ก๊าซ NGV

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์พลังงานครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และศักยภาพการดำเนินงานสถานีผลิตก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม ของบริษัท พีทีทีอีพี เอสพี ลิมิเต็ด จำกัด ว่า ปัจจุบันแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม มีปริมาณการผลิตแบ่งเป็นก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยประมาณ 108-135 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน และก๊าซธรรมชาติเหลว (Condensate) ประมาณ 400-500บาร์เรล/วัน และคาดว่ามีปริมาณสำรองในส่วนของก๊าซธรรมชาติ ณ สิ้นปี 2558 อยู่ที่ 623.32 พันล้านลูกบาศก์ฟุต และก๊าซธรรมชาติเหลวปริมาณ 1.69 ล้านบาร์เรล คาดว่าจะใช้ได้อีก 10-14 ปี

ทั้งนี้ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ สามารถจัดเก็บค่าภาคหลวงปิโตรเลียมจากแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม ตั้งแต่ปี 2550 – 2558 จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 9,481 ล้านบาท ขณะที่กรณีการปิดซ่อมบำรุงประจำปีของแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม ระหว่างวันที่ 25-26 กันยายน 2559 จะส่งผลกระทบต่อการผลิตก๊าซ NGV ประมาณ 450 ตัน/วัน (มาจากแหล่งสินภูฮ่อมประมาณ 10-15 ล้านลูกบาศก์ฟุต) ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าว จะนำเข้าก๊าซ NGV จากสระบุรี และภาคกลางเข้ามาทดแทนทั้งหมด โดยยืนยันว่า ช่วงเวลาที่มีการปิดซ่อมจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ก๊าซ NGV ในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างแน่นอน

EPG รับรางวัล PM award ครั้งที่ 25

EPG รับรางวัล PM award ครั้งที่ 25

EPG รับรางวัล PM award ครั้งที่ 25

EPG รับรางวัล PM award ครั้งที่ 25 เน้นการใช้นวัตกรรมคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้า ธุรกิจขยายตัวได้ 14-25% ในปีนี้

นายภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG นำบริษัทในเครือเข้ารับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่นประจำปี 2559 prime minister export award หรือ PM award 2016 ครั้งที่ 25 จำนวน 5 รางวัล เปิดเผยว่า รางวัลที่ได้รับเกิดจากการสร้างตราสินค้า ที่สามารถสร้างเครือข่ายในการส่งออกไปทั่วโลก และมุ่งเน้นที่จะวิจัยและพัฒนาสินค้าให้ได้คุณภาพมาตรฐาน คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรม ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าให้เกิดขึ้น โดยในปีนี้ ทางบริษัท ตั้งเป้าหมายการ เติบโตของธุรกิจในปีนี้ ร้อยละ 14-25 หรือคิดเป็นมูลค่า 10,000-11,000 ล้านบาท ถึงแม้ประเทศคู่ค้าหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศผู้ผลิตน้ำมัน จะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันตกต่ำ ทำให้ยอดขายลดลง แต่มีในส่วนของตลาดอื่น สามารถเข้ามาทดแทนได้ เช่นใน เอเชียใต้ จีน ญี่ปุ่นสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวได้ถึงร้อยละ 20-30

โดย5รางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ ประกอบด้วย รางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม 1 บริษัท รางวัลสินค้านวัตกรรมที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยม 1 บริษัท และรางวัลแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม 3 บริษัท

กฟผ.คว้า2รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นปี2559

กฟผ.คว้า2รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นปี2559

กฟผ.คว้า2รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นปี2559

กฟผ. รับรางวัลการบริหารจัดการดีเด่น และรางวัลนวัตกรรมดีเด่น จากผลงานระบบสั่งการโรงไฟฟ้าอัจฉริยะ ในงานประกาศผลรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นประจำปี 2559

นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้รับ 2 รางวัล รัฐวิสาหกิจดีเด่นประจำปี 2559 จากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้แก่ รางวัลการบริหารจัดการดีเด่น และรางวัลนวัตกรรมดีเด่น จากผลงาน “ระบบสั่งการโรงไฟฟ้าอัจฉริยะ” (Intelligent Generation Controller) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้มอบ

ทั้งนี้ “รางวัลการบริหารจัดการดีเด่น” เป็นรางวัลที่มอบให้กับรัฐวิสาหกิจที่มีระบบบริหารจัดการองค์กรดีเด่น ซึ่งจะทำให้รัฐวิสาหกิจมีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ มีศักยภาพในการแข่งขัน สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่รัฐวิสาหกิจ และมีการเจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ขณะที่ “รางวัลนวัตกรรมดีเด่น” กฟผ. ได้รับจากผลงาน “ระบบสั่งการโรงไฟฟ้าอัจฉริยะ” เป็นรางวัลที่มอบให้กับรัฐวิสาหกิจที่ผลักดันให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ และการสร้างนวัตกรรมภายในองค์กรจนนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง “ระบบสั่งการโรงไฟฟ้าอัจฉริยะ” เป็นผลงานที่คิดค้นขึ้นจากผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ประกอบด้วยระบบ Hardware และ Software อัจฉริยะที่สามารถประมวลผลสภาวะด้านต่างๆ ของระบบไฟฟ้า รวมถึงการตรวจจับข้อบกพร่อง ณ ขณะใดขณะหนึ่ง (Real Time) เพื่อให้สามารถสั่งการบริหารจัดการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแต่ละแห่งในบริเวณที่กำหนดได้อย่างยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้โรงไฟฟ้าในระบบสามารถผลิตไฟฟ้าได้เต็มที่ในทุกช่วงเวลา ถึงแม้ว่าจะเกินข้อกำหนดตาม Contracted Capacity ระบบก็จะยังคงรักษาเสถียรภาพตามมาตรฐานการจ่ายไฟฟ้าไว้ได้

ก.เกษตรชวนชาวนาปลูกพืชทางเลือก

ก.เกษตรชวนชาวนาปลูกพืชทางเลือก

ก.เกษตรชวนชาวนาปลูกพืชทางเลือก

กรมส่งเสริมการเกษตร ชวนชาวนาในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัด ปลูกพืชทางเลือก เพิ่มโอกาสสร้างรายได้

นายคนิต ลิขิตวิทยาวุฒิ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงโครงการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวไปปลูกพืชที่หลากหลาย ฤดูนาปรัง ปี 2560 ว่า เป็นโครงการที่จะช่วยแก้ปัญหาปริมาณผลผลิตข้าวที่เกษตรกรผลิตได้ ซึ่งมีมากกว่าปริมาณข้าวที่ตลาดต้องการ โดยเปิดรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการด้วยความสมัครใจ เพื่อเกษตรกรจะได้ปรับเปลี่ยนการปลูกข้าว และมีโอกาสเรียนรู้ในกิจกรรมทางเลือก รวมทั้งมีรายได้ระหว่างการลดรอบการปลูกข้าวในฤดูนาปรัง โดยจะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทนการทำนาปรัง เช่น ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดฝักอ่อน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง และพืชผัก ทั้งนี้ กรมฯ จะจัดหาตลาดรองรับเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่เกษตรสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรได้เรียนรู้การเพาะปลูกพืชอื่นในพื้นที่นา เป็นเกษตรกรรมทางเลือกให้แก่เกษตรกรในระยะยาวได้

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้เป็นเพียงการลดรอบการปลูกข้าวลงเท่านั้น ซึ่งผู้สมัครร่วมโครงการจะต้องเป็นเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย 22 จังหวัด ในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยภาครัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการครัวเรือนละไม่เกิน 5 ไร่ ไร่ละ 2,000 บาท ซึ่งเกษตรกรที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสมัครได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอหรือเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลในพื้นที่ของท่าน ภายในวันที่ 18 กันยายนนี้

มาเลย์พร้อมช่วยไทยจัดการสันติชายแดน

ahr0cdovl3blms5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqxmi8ymdyzodm4lzcynzg3mi0wms5qcgc

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประกาศ ยินดีอำนวยความสะดวกแก่รัฐบาลไทยในการจัดการสันติสุขชายแดนใต้

 สำนักข่าว ต่างประเทศ รายงาน นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่เดินทางร่วมประชุมทวิภาคีกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้นำไทยวันนี้ โดยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อว่า พร้อมอำนวยความสะดวกแก่รัฐบาลไทยในกระบวนการสันติชายแดนใต้ระหว่างรัฐบาลไทยและผู้ก่อการร้าย พร้อมระบุว่า เป็นความรับผิดชอบใหญ่ที่มาเลเซียให้ความสำคัญ และรู้สึกเป็นเกียติรที่ได้ให้การช่วยเหลือรัฐบาลไทย
นายราซัก กล่าวว่า การเจรจาเบื้องต้นกับ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นความจำเป็นกับการจัดการภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ขณะเดียวกัน ไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลของ 2 ชาติมีการว่าจ้างกลุ่มก่อการร้ายเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการแก้กฎหมาย  ซึ่งนายกมาเซีย กล่าวว่า ทั้ง 2 ชาติมีความพยายามเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย

สหภาพยุโรปขยายเวลาคว่ำบาตรรัสเซียต่อ6ด.

สหภาพยุโรปขยายเวลาคว่ำบาตรรัสเซียต่อ6ด.

สหภาพยุโรปขยายเวลาคว่ำบาตรรัสเซียต่อ6ด.

สหภาพยุโรป ขยายเวลาคว่ำบาตรรัสเซีย อีก 6 เดือน จากกรณีผนวกรวมไครเมียเมื่อปี 2014

สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงาน สหภาพยุโรปยืดเวลาคว่ำบาตรรัสเซีย กรณีผนวกแหลมไครเมียเป็นส่วนหนึ่ง รวมถึงบทบาทวิกฤตการณ์ในยูเครนด้วย

โดยสหภาพยุโรปสั่งห้ามเดินทางและแช่แข็งทรัพย์สิน ซึ่งจะสิ้นสุดคำสั่งในวันที่ 15 กันยายนนี้ โดยจะขยายออกอีก 6 เดือน และครอบคลุม 150 คน และอีก 37 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในความวุ่นวายในไครเมียและภาคตะวันออกของยูเครน ทั้งนี้ กบฏบางคนเป็นถึงเจ้าหน้าที่รัสเซีย นักกฎหมาย และผู้มีอำนาจ ที่อยู่ในบันทึกของสหภาพยุโรป เช่นเดียวกับผู้มีชื่อเสียง ที่ส่งเสริมการแบ่งแยกดินแดน ในภาคตะวันออกยูเครน

นอกจากนี้ มาตราการคว่ำบาตรรัสเซีย ยังมีเป้าหมายไปยัง บริษัท อัลเมซ-แอนเทย์ ผู้สร้างระบบป้องกันทางอากาศ และหลายผู้ประกอบการในไครเมีย ที่ทำขึ้นโดยเจ้าหน้าที่รายใหม่ หลังไครเมียเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย เมื่อเดือนมีนาคม 2014

สมาคมธนาคารUKแนะอังกฤษควรเริ่มเจรจาEU

สมาคมธนาคารUKแนะอังกฤษควรเริ่มเจรจาEU

สมาคมธนาคารUKแนะอังกฤษควรเริ่มเจรจาEU

ประธานสมาคมธนาคารสหราชอาณาจักร แนะ อังกฤษ ควรเริ่มเจรจาข้อต่อรองการค้ากับสภาพยุโรปได้แล้ว

อังกฤษ ควรจะต่อรองการเจรจาการเปลี่ยนผ่านกับสหภาพยุโรป เพื่อหลีกเลี่ยงการ “ขอบหน้าผา” ที่จะระงับตลาดที่เคยอยู่ในกลุ่ม โดย นาย แอนโธนี บราวน์ ประธานบริหารสมาคมธนาคารของอังกฤษ กล่าวว่า เป็นความจำเป็นสำหรับการเปลี่ยนผ่านอย่างมีระเบียบ อังกฤษควรเริ่มการเจรจาสามัญ สำหรับการถอนตัวออกจากอังกฤษ ซึ่งการแยกตัวออกจากกลุ่มจะเกิดขึ้น หลัง 2 ปี หากไม่มีการจัดการตกลงด้านการค้าใหม่ ยกเว้นในกรณีที่สมาชิอียูทุกประเทศตกลงยืดเวลาการต่อรองออกไป ซึ่งประธานสมาคมการธนาคารแห่งอังกฤษ ยืนยันว่า การเจรจาในเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็น การเจรจาจะปลดเปลื้องความไม่แน่นอนและผ่อนคลายความกดดันธนาคาร สำหรับการพิจารณาในปัจจุบัน เพื่อย้ายการดำเนินการไปยังยุโรปที่จะต้องใชเวลา 2-3 ปีหรือมากกว่านั้น สำหรับธนาคารที่ต้องการย้าย

มาเลเซียประกาศพบผู้ป่วยซิการายแรก

มาเลเซียประกาศพบผู้ป่วยซิการายแรก

มาเลเซียประกาศพบผู้ป่วยซิการายแรก

กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ประกาศพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิการายแรก ตรวจสอบพบเพิ่งกลับจากสิงคโปร์

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน ทางการมาเลเซียยืนยัน พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิการายแรก หลังการตรวจสอบพบ
เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศสิงคโปร์ ที่มีผู้ติดเชื้อดังกล่าว 115 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ โดยผู้ป่วยรายแรกของมาเลเซียเป็นหญิงวัย 58ปี

ทั้งนี้ รัฐมนตรีสาธารณสุขของมาเลเซีย กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข กำลังเร่งหามาตรการกำจัดยุงใกล้กับบ้านของผู้ป่วยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส ด้านสิงคโปร์ประกาศพบผู้ป่วยนอกพื้นที่ระบาดเป็นครั้งแรก และมีการระบุผู้ติดเชื้อกลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นหญิง ตั้งครรภ์ที่กำลังตกเป็นเหยื่อ

แมร์เคิลยอมรับผู้ลี้ภัยเป็นปัญหาระยะยาว

แมร์เคิลยอมรับผู้ลี้ภัยเป็นปัญหาระยะยาว

แมร์เคิลยอมรับผู้ลี้ภัยเป็นปัญหาระยะยาว

เยอรมันและสหภายุโรปจนมุม แก้ปัญหาผู้ลี้ภัย แมร์เคิลยอมรับจะกลายเป็นปัญหาระยะยาวในภูมิภาค

สำนักข่าว ต่างประเทศ รายงาน ว่า นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมัน ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมส์ ระบุว่า เยอรมันและชาติสมาชิกสหภาพยุโรป กำลังกลับสู่ความมืดมัว สำหรับวิกฤติการก่อสร้างที่พักอาศัยแก่ผู้อพยพ บริเวณชายแดนนอกประเทศ ซึ่ง นางแมร์เคิล ถูกวิจารณ์อย่างหนักในการจัดการเรื่องดังกล่าว ที่ลงนามยอมรับให้ผู้อพยพนับเมื่นเดินทางเข้าประเทศเมื่อปีที่ผ่านมา และผู้อพยพจะเดินทางถึงเยอรมันในปีนี้ นั่นทำให้คะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรีเยอรมันรายนี้ลดลงถึงครึ่งหนึ่งจากการสำรวจครั้งสุดท้าย

ทั้งนี้ นางแมร์เคิล กล่าวว่า เยอรมันและยุโรปจำต้องใช้ความอดทนอดกลั้นในการจัดการเรื่องนี้ นางแมร์เคิลกล่าวถึงการจัดการนี้ว่า ผู้อพยพที่เดินทางมาถึงยุโรปเมื่อปีที่ผ่านมา เข้าไปยังสเปน และชายแดนประเทศอื่น ๆ ซึ่งแต่ละประเทศจะจัดการปัญหาผู้ลี้ภัยด้วยตัวเอง ซึ่งเยอรมันยังได้ปฏิเสธ ข้อเสนอการกระจายสัดส่วนผู้ลี้ภัย ซึ่งในส่วนของเยอรมันจะจัดการผู้ลี้ภัยเฉพาะในพื้นที่สนามบินของตัวเอง อย่างไรก็ตาม นางแมร์เคิล ยอมรับว่า ผู้ลี้ภัยจะเป็นปัญหาระยะยาวของยุโรป