ภาพนาทีระทึก ชายโดดสะพานฆ่าตัวตาย คนพยายามช่วยแต่ไม่ทัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพนาทีระทึก ชายโดดสะพานฆ่าตัวตาย คนพยายามช่วยแต่ไม่ทัน

 

        ชายเครียดกระโดดสะพานปทุมธานี 2 ก่อนจมหายต่อหน้าต่อตาตำรวจ กล้องบนหมวกบันทึกภาพไว้ได้ (14 ก.ย.) จากเหตุระทึก ชายวัย 40 ปี เครียดจัด ปีนออกไปนอกแนวกั้นสะพานปทุมธานี 2 พยายามจะกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่และพลเมืองดีต่างช่วยกันเกลี้ยกล่อมแต่ไม่เป็นผล ก่อนจะกระโดดลงไปในแม่น้ำจมหายไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งเหตุการณ์นี้กล้องติดบนหมวกตำรวจสามารถจับวินาทีระทึกนี้ได้

สิบตำรวจโท พงษ์ยานัน สำนักวิชัย ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยว่า เห็นผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าคลิ๊ก สีแดงมาจอด สักพักก็ปีนแนวกั้นออกไปยืนนอกราวของสะพาน ตนผ่านมาพอดี จึงประสานกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ช่วยกันเกลี้ยกล่อมอยู่นาน แต่ผู้ก่อเหตุไม่ฟัง กลับห้อยตัวลงก่อนพลาดตกลงไปดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ประสานเรือจากเทศบาลเมืองปทุมธานีและพื้นที่ใกล้เคียง เร่งลงงมค้นหาเร่งด่วน

ล่าสุด พบศพผู้เสียชีวิต ติดอยู่กับขอนไม้ขนาดใหญ่ ห่างจากสะพานลอยที่ผู้ตายกระโดดไปประมาณ 1 กิโลเมตร

 


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : sanook

พิษ!! เฮอริเคนเออร์มา พัดพะยูนเกยตื้นที่สหรัฐ – ดูดน้ำทะเลจนแห้งเหือด

 

 

ชาวเน็ตแห่แชร์ภาพน้ำทะเลเหือดแห้ง หลังพายุเฮอร์ริเคนเออร์ถล่มฟลอริดา แถมพัดพะยูน ฉลาม โลมา เกยตื้น จน จนท. ต้องเร่งช่วยเหลือเป็นการด่วน เว็บไซต์มิเรอร์ ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีที่เจ้าหน้าที่จากศูนย์ดูแลสัตว์ป่าและสัตว์น้ำของรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เข้าช่วยเหลือพะยูนแมนนาที (Manatee) จำนวนหนึ่ง หลังจากพวกมันถูก เฮอริเคนเออร์มา พัดขึ้นมาเกยหาดที่บริเวณอ่าวซาราโซตา

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพพะยูนฝูงดังกล่าว นอนหายใจรวยรินอยู่ที่ชายหาดในสภาพน่าเวทนา เจ้าหน้าที่จึงเร่งทำการเคลื่อนย้ายพวกมันไปยังที่ปลอดภัยต่อไป นอกจากนี้รายงานได้ระบุว่านอกจากพะยูนแล้วอาจมีฉลาม และโลมาถูกพายุเฮอริเคนลูกดังกล่าวพัดมาด้วย

ขณะเดียวกันผู้คนจำนวนมาก ยังพากันส่งต่อคลิปสุดแปลกหาชมยาก ขณะน้ำทะเลบริเวณเกาะลอง ประเทศบาฮามาส เหือดแห้งหายไป เหลือเพียงเศษซากที่อยู่ใต้ทะเล และหาดทรายที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาเท่านั้น หลังจากบริเวณดังกล่าวถูกเฮอริเคนเออร์มาพัดถล่ม จนทำให้มีผู้คนต่างวิตกกังวลว่าจะเกิดสึนามิตามมา

 

 

ก่อนที่ แองเจิลลา ฟริทซ์ รองบรรณาธิการฝ่ายสภาพภูมิอากาศ และและนักอุตุนิยมวิทยา ประจำสำนักข่าววอชิงตันโพสต์ เผยว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นผลมาจากเฮอริเคนเออร์มาที่มีกำลังที่แรงมหาศาล ประกอบกับมีความดันอากาศต่ำมาก จึงดูดน้ำทะเลเข้าไปที่จุดศูนย์กลางของพายุ อันเป็นสาเหตุให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุไปได้ไม่กี่วันสถานการณ์ได้กลับมาเป็นปกติ และน้ำทะเลก็กลับมาเป็นเช่นเดิมอีกครั้ง

สำหรับ เฮอริเคนเออร์มา เป็นพายุหมุนเขตร้อนที่มีกำลังแรง ความเร็วสูงสุดถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนส่งผลกระทบต่อรัฐฟลอริดาของสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก และเป็นพายุใหญ่อีกลูกที่ถล่มชายฝั่งทางใต้ของประเทศ ต่อเนื่องจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ในรัฐเท็กซัส เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ความแรงของพายุทำให้เกิดคลื่นลมแรงซัดเข้าสู่ชายฝั่ง บางแห่งเกิดสตอร์มเซิร์จ สูงราวๆ 3-4 เมตร ทำให้ระดับเอ่อท่วมเข้าพื้นที่เมือง

ศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติสหรัฐอเมริกาได้คาดคะเนเส้นทางของพายุเฮอร์ริเคนเออร์มา ในช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ (11 ก.ย.) พายุจะเคลื่อนตัวผ่านเมืองแทมปา ก่อนจะเคลื่อนตัวทางทิศเหนือ ขนานไปกับชายฝั่งแหลมฟลอริดา และขึ้นสู่แผ่นดินใหญ่ในช่วงค่ำวันนี้  โดยเชื่อว่าพายุเฮอร์ริเคนเออร์มาน่าจะสลายตัวไปวันพุธนี้ หลังจากพัดขึ้นแผ่นดินใหญ่

 


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : mthai

ไม่เคยเห็นมาก่อน เบลล่า ราณี สเต็ปการเต้นเป๊ะมาก

 

นางเอก เบลล่า ราณี เคยเห็นแต่ภาพการแสดงที่เรียบร้อยบทบาทเจ้าน้ำตาเรียกว่าได้ความน่าสงสารจากแฟนคลับไปเยอะมาก โดยเฉพาะบทบาทของ “พิมพ์” ละครเรื่อง “เพลิงบุญ” ที่ดูแล้วสงสารที่ถูกเพื่อนกระทำเป็นอย่างมาก  ตัดภาพมาในชีวิตจริงของ เบลล่า หัวใจกำลังเป็นสีชมพูมากเพราะเริ่มมีภาพหวานๆ กับ พี่เวียร์ ออกมาให้เห็นบ่อยๆ แม้จะไม่ได้เป็นคนโพสต์เอง แต่คนรอบข้างก็อยากเป็นปันโมเม้นท์ดีๆ ให้เห็น เพราะน่ารักมาก

และเชื่อว่าอีกหนึ่งภาพที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนกับการออกลีลาแดนซ์กระจาย สเต็ปเป๊ะดูร้อนแรงมาก ซึ่งเป็นการเต้นแบทเทิลกับ น้องพรีม

 


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook

ปส.บุกรวบ “เอกอ้วน” ค้ายาข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน!

 

ตำรวจ ปส. เปิดปฎิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี 60/6 ผลพวงของความโลภ” บุกจับ “เอกอ้วน” อดีตผู้ต้องขังตัวการสั่งยาเสพติด ยึดทรัพย์สินกว่า 100 ล้านบาท พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำกำลังตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดปฎิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี 60/6 ผลพวงของความโลภ เข้าจับกุมเครือข่ายยาเสพติด รายสำคัญ โดยจุดที่นำสื่อมวลชนเข้ามา คือ บ้านของ นายจิรัฏฐ์ เพ็ญโสภณวิชญ์ ชื่อเดิม นายจรัญ คำสด หรือ เอกอ้วน อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติด ตัวการใหญ่ระดับสั่งการในเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ทำหน้าที่รวบรวมออเดอร์ยาเสพติดจากภาคต่างๆ และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา โดยเข้ามาที่บ้านพักหรูแห่งหนึ่ง บนถนนราชพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ ในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบ นายจิรัฏฐ์ อยู่ในบ้านพักกับภรรยา เจ้าหน้าที่แสดงหมายค้นและหมายจับกุม พร้อมกับนำตรวจค้นในบ้านพัก

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ดำเนินการอายัดทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ อาทิ รถยนต์ 2 คัน เป็นรถเบนซ์ และ รถฮอนด้าซีวิค ป้ายแดง เงินสด 2 ล้านบาท รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ไว้ตรวจสอบตาม พรบ.มาตรการ  พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวภายหลังการเข้าตรวจค้นว่า ในการเข้าจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าทีมีพยานหลักฐานว่า นายเอกอ้วน จะเป็นผู้รวบรวมออเดอร์ติดต่อประสานงานในการสั่งยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน มีพัฒนาการในการสั่งยาเสพติด โดยการให้บุคคลที่อยู่ในต่างประเทศ มาลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือ ก่อนที่จะโทรสั่งยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจำหน่ายตามออเดอร์ และการจับกุมยาเสพติดเครือข่ายของนายเอกอ้วนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี นับว่าเป็นการตัดตอนวงจรยาเสพติด ในส่วนของเครือข่ายนายเอกอ้วนได้จำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ให้กับ นายจิรัฏฐ์ ทราบ โดยเบื้องต้น นายจิรัฏฐ์ ยังให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกการจับกุมส่งพนักงานสอบสวนตามขั้นตอน สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 1 ใช้เวลาสืบสวนนานกว่า 10 เดือน หลังได้รับแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายยาเสพติดพบความเคลื่อนไหวบัญชีทางการเงินกว่า 100 ล้านบาท เป็นเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญเชื่อมโยงหลายพื้นที่และมีผู้ร่วมขบวนการจำนวนมาก โดยมี เอกอ้วน ทำหน้าที่ประสานงาน เคยถูกจับกุมในคดียาเสพติด เมื่อปี 2555 แต่ศาลก็ยกฟ้องในที่สุด เพราะพยานหลักฐานอ่อน

อย่างไรก็ตาม ปฎิบัติการนี้ตำรวจนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นรวม 43 จุด แบ่งเป็นพื้นที่ กรุงเทพมหานคร 14 จุด ภาค 1 จำนวน 20 จุด , ภาค3 จำนวน 4 จุด และ ภาค 4 จำนวน 5 จุด มีผู้ต้องหาตามหมายจับศาลรวม 11 คน


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO
ที่มา : sanook

เปิดภาพป่าแห้งแล้งที่ อนุพงษ์ เซ็นยกให้ กระทิงแดง สร้างโรงงาน…เจอถาม แห้งตรงไหน ?

             โซเชียลตั้งคำถาม แห้งแล้งตรงไหน ? หลังเพจดังแฉ อนุพงษ์ เซ็นยกป่าชุมชนให้ กระทิงแดง สร้างโรงงาน อ้างสภาพแห้งแล้งไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ วันที่ 8 กันยายน 2560 เพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้เผยแพร่เอกสาร 2 ฉบับ ที่ระบุว่า พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เซ็นยกป่าชุมชนให้กลุ่มกระทิงแดงเพื่อสร้างโรงงาน โดยมีข้อมูลดังนี้

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้ลงนามอนุมัติให้ บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (กระทิงแดง) ใช้ที่สาธารณะห้วยเม็ก เนื้อที่ประมาณ 31 ไร่ 2 งาน เป็นที่กักเก็บน้ำสำหรับโรงงานน้ำดื่มและเครื่องดื่ม ตามหนังสือของมหาดไทย ที่ มท 0208.4/886 ของสำนักกฎหมาย สป. เป็นการอนุมัติตามระเบียบมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 ของประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2543 ข้อ 22 (2) โดยให้เหตุผลว่าที่แปลงสาธารณะประโยชน์แปลงดังกล่าว “ปัจจุบันมีสภาพแห้งแล้งไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ราษฎรไม่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้ว และไม่ได้เป็นพื้นที่รับน้ำในฤดูฝนแต่อย่างใด” และระบุต่อไปว่าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ราษฎรในพื้นที่ สภา อบต. พิจารณาแล้วเห็นควรอนุมัติ กับได้มีการประกาศการขออนุญาตใช้ที่ดินแล้วไม่มีผู้ใดคัดค้าน

ทั้งนี้ระเบียบมหาดไทยฉบับเดียวกัน ข้อ 23 (3) กำหนดว่าในแต่ละจังหวัดจะอนุญาตให้ได้ต้องไม่เกิน 10 ไร่ เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร ซึ่งเหตุอันสมควรที่อนุมัติที่ดิน 31 ไร่ ให้เอกชนในครั้งนี้คือป่าชุมชน อยู่กึ่งกลางในเขตพื้นที่โรงงานและบริษัทมีความจำเป็นในการขยายโรงงาน ที่สาธารณะห้วยเม็กอยู่ในเขตบ้านหนองแต้ หมู่ 6 ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น คณะกรรมการชุมชนได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณะประโยชน์มาตั้งแต่ปี 2526 ตาม นสล. เลขที่ ขก 2321 และได้มีการอนุรักษ์เป็นป่าชุมชน กำหนดกติกาการใช้ประโยชน์ร่วมกัน

โดยบริษัทได้เข้าไปซื้อที่ดินบริเวณโดยรอบป่าชุมชุนตั้งแต่ช่วงปี 2555 และขอใช้ที่ดินเพื่อขยายโรงงานช่วงปี 2558 ซึ่งเรื่องคาราคาซังเรื่อยมาและถูกคัดค้านจากสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดงมาตลอด ก่อนที่ มท.1 จะอนุมัติให้ใช้ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันแปลงดังกล่าว เพื่อกิจการของเอกชน

ต่อมา  เพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ก็ได้เปิดเผยภาพชุดของป่าดังกล่าวที่ถูกระบุว่าแห้งแล้ง พร้อมข้อความว่า  ป่าห้วยเม็กเป็นที่ นสล. ที่ชาวบ้านอนุรักษ์ไว้เป็นป่าของชุมชน กำหนดกติกาการใช้ประโยชน์เก็บหาของป่า อยู่ในเขตหมู่บ้านหนองแต้ ม. 6 ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เป็นทางน้ำผ่านตามธรรมชาติ เชื่อมกับห้วยทรายไปลงน้ำพอง ห่างจากสปริงเวย์ของเขื่อนอุบลรัตน์ประมาณ 1 กิโลเมตร

นอกจากนี้ข้อมูลพื้นที่และภาพแผนที่จาก google map ยังบอกชัดว่า มีการซื้อที่ดินในลักษณะปิดล้อมป่า แล้วมาขออนุญาตใช้ประโยชน์ภายหลัง

   


 รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook

 

บุ้งกี๋ พิลาวง ทุบหน้าให้เหมือน ใหม่ ดาวิกา ทุ่มทุน 1.3 ล้าน เฉลยทำอะไรมาบ้าง

       บุ้งกี๋ พิลาวง เปิดราคาทำหน้าที่เกาหลีใต้ หลังไปทุบหน้า ว่าขอแบบใหม่ ดาวิกา ยอมทุ่ม 1.3 ล้านบาทไทย โมใหม่หมดทั้งหน้า ทั้งวีไลน์ สลายไขมัน ฉีดโหนกแก้ม แก้ดั้ง มาครบ ! หลังจากที่ก่อนหน้านี้ โลกโซเชียลออกอาการฮือฮากับ บุ้งกี๋ พิลาวง สาวประเภทสองของลาว ที่ลงทุนลงแรงไปศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีความฝันว่าอยากได้หน้าแบบใหม่ ดาวิกา พร้อมกับภาพของเธอที่หน้าช้ำเป็นแผล ยอมเจ็บเพื่อแลกกับความสวย !
ล่าสุด (8 กันยายน 2560) บุ้งกี๋ พิลาวง ได้ออกมาเปิดเผยถึงราคาที่ทำทั้งหน้า ซึ่งต้องบอกว่า เธอเองยกเครื่องใหม่ทั้งหน้าจริง ๆ ทั้งการแก้ดั้ง ทำ V-Line, ลดโหนกแก้ม, ฉีดไขมันหน้าผาก, ฉีดซิลิโคนสลายร่องแก้ม, ร้อยไหม รวมทั้งสิ้นหมดไปกว่า 1.3 ล้านบาท
โดยที่คำแปลของโพสต์ดังกล่าว มีดังนี้
ตอบคำถามที่ทุกคนถามเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำอยู่ไหน ทำอย่างไร แพงไหม ? บางครั้งก็เหนื่อยที่จะตอบ

– ทำที่รพ.ไอดี มีอยู่ในรูปภาพ ถ้าตาไม่บอดก็น่าจะเห็นนะ กดไลค์ให้ด้วย เพื่อได้ทำฟรี
– ทำแพง ๆ แลกกับมาตรฐาน (ไม่ใช่ทำถูก ๆ แล้วเน่า)
– แก้ดัง 6 ล้านวอน หรือประมาณ 182,000 บาท
– V-Line 10 ล้านวอน หรือประมาณ  304,000 บาท
– ลดโหนกแก้ม 7 ล้านวอน  หรือประมาณ 213,000 บาท
– ฉีดไขมันหน้าผาก 2.3 ล้านวอน  หรือประมาณ 70,000 บาท
– สลายไขมันหน้า+เหนียง 4 ล้านวอน  หรือประมาณ 127,000 บาท
– ฉีดซิลิโคนร่องแก้ม 3 ล้านวอน  หรือประมาณ 90,000 บาท
– ร้อยไหมยกกระชับ 4.5 ล้านวอน  หรือประมาณ 137,000 บาท
– ลดโหนก คิ้ว 6 ล้านวอน  หรือประมาณ 182,000 บาท

รวม 42.8 ล้านวอน หรือประมาณ 1,305,000 ล้านบาท


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO
ที่มา : kapook

แม่เตรียมจัดงานวันเกิดให้ “ผอ.อ้อย” รับเหนื่อย-ท้อ แต่จะไม่ยอมหยุดตามหาลูกสาว

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พ่อผอ.อ้อยได้ตั้งเงินรางวัล 100,000 บาท ให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแส

 

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. จากกรณีนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี ได้นำญาติพี่น้องออกตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ อ้อย อุ่นอ่อน ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดพ่อได้ตั้งเงินรางวัล 100,000 บาท ให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสที่เป็นที่อยู่ของน.ส.จุฑาภรณ์ให้ทราบนั้น

ล่าสุดวันนี้ เมื่อเวลา 07.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 65 บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นางแหลม อุ่นอ่อน อายุ 60 ปี แม่ของน.ส.จุฑาภรณ์ และญาติพี่น้อง ต่างพากันนั่งหารือกันในการที่จะหาวิธีการติดตามหาตัวน.ส.จุฑาภรณ์ เนื่องจากขณะนี้ได้หาร่างทรงมาแล้วหลายจังหวัดและร่างทรงได้บอกเบาะแสจุดที่คาดว่าจะเป็นที่ซุกซ่อนร่างของน.ส.จุฑาภรณ์ไว้ ซึ่งญาติพี่น้องได้ช่วยกันออกหาอย่างต่อเนื่องทุกวัน หมดเงินค่าใช้จ่ายไปแล้ว กว่า 300,000 บาท แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบน.ส.จุฑาภรณ์

นางแหลม กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ตนเหนื่อยและท้อมาก แต่ก็ยังไม่หยุดที่จะค้นหาร่างของน.ส.จุฑาภรณ์และจะค้นหาไปเรื่อย ๆ หมดสิ้นเงินไปเท่าไรก็ยอม ต้องการเพียงให้เจอลูกสาวเท่านั้น ซึ่งในวันที่ 6 ก.ย.นี้ เป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 37 ปีเต็มของน.ส.จุฑาภรณ์ ตนได้ร่วมกับญาติพี่น้องเตรียมจัดงานวันเกิดให้กับน.ส.จุฑาภรณ์ โดยจะเตรียมอาหารการกินเพื่อเลี้ยงญาติพี่น้องในหมู่บ้านเป็นการฉลองวันเกิดให้น.ส.จุฑาภรณ์ เพื่อให้ลูกสาวซึ่งไม่ทราบว่าอยู่แห่งหนตำบลใดได้ทราบว่า พ่อแม่และญาติพี่น้องได้จัดงานวันเกิดให้กับลูกสาว

นางแหลม กล่าวต่อว่า ส่วนเงินที่ได้รับบริจาคนั้น ขณะนี้มียอดเงินประมาณ 50,000 บาท ซึ่งตนนำมาเป็นค่าใช้จ่ายติดตามหาน.ส.จุฑาภรณ์ที่มีค่าใช้จ่ายต้องจ่ายทุกวันๆละ 8,000–9,000 บาท เป็นค่าน้ำมันรถ 6–7 คัน และค่าอาหารเลี้ยงญาติพี่น้องรวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่มาช่วยในการค้นหาน.ส.จุฑาภรณ์ โดยที่ไม่ได้เรียกร้องอะไร แต่ตนและญาติได้เลี้ยงอาหารเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมาให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ด้าน นายบัวกัน อุ่นอ่อน ผู้ใหญ่บ้านโนนเจริญ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ซึ่งเป็นอาของน.ส.จุฑาภรณ์ กล่าวว่า วันนี้ตนพร้อมด้วยพี่ชายคือ นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อของน.ส.จุฑาภรณ์ นายวิทยา เกษแก้ว สามี นายสนองศักดิ์ ยินธนานนท์ ผู้ใหญ่บ้านซำเม็ง และญาติพี่น้อง ได้พากันไปตามหาน.ส.จุฑาภรณ์ ที่บริเวณป่าปาล์ม ป่ามันสำปะหลัง ใกล้กับห้วยรากไม้ เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี โดยเดินแถวหน้ากระดานค้นหาตามป่า ซึ่งคาดว่าจะเป็นแหล่งซ่อนตัวน.ส.จุฑาภรณ์

นายบัวกัน กล่าวต่อว่า เนื่องจากร่างทรงบอกว่าน.ส.จุฑาภรณ์หนาวมาก คล้ายกับถูกแช่อยู่ในน้ำ ตนและญาติจึงตรวจค้นหาในลำห้วยต่าง ๆ ด้วย เช่นห้วยผึ้ง ห้วยหลวง ห้วยรากไม้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นซุกซ่อนร่าง อย่างไรก็ตาม ตนขอฝากไปยังผู้ที่รู้เบาะแสของน.ส.จุฑาภรณ์ กรุณาแจ้งเบาะแสข้อมูลให้ตนและญาติพี่น้องทราบด้วยว่าเขาอยู่ที่ใด และหากพบจนกระทั่งมีการตรวจสอบดีเอ็นเอ ยืนยันอัตลักษณ์บุคคลว่าเป็นน.ส.จุฑาภรณ์จริง ตนและญาติจะมอบเงินรางวัลให้ทันที 100,000 บาท โดยสามารถแจ้งข้อมูลทางลับให้ตนทราบได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 098–096–0542 นายบุญเลิศ 080–796–4107 และ น.ส.หมายปอง 093–506–4850 ได้ตลอดเวลา โดยข้อมูลทั้งหมดจะปิดเป็นความลับเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่แจ้งเบาะแสให้ตนและญาติได้รับทราบเพื่อรับเงินรางวัล 100,000 บาท เป็นสินน้ำใจต่อไป


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : khaossod

เจ๊ง้อ-เจ๊เล้ง-เจ๊เกียว เปิดเส้นทางชีวิต เศรษฐินีหมื่นล้าน กว่าจะมีวันนี้…ไม่ง่าย !

         3 แซบ ล้วงเรื่องราวชีวิตของ 3 เจ๊ เศรษฐินีแห่งเมืองไทย เจ๊ง้อ-เจ๊เล้ง-เจ๊เกียว กับชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ กว่าจะมีเงินพันล้านหมื่นล้าน ไม่ใช่เรื่องง่าย หากจะพูดถึง 3 นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จด้วยลำแข้งของตัวเองแล้ว 3 เจ๊อย่าง เจ๊ง้อ ณชนก  แซ่อึ้ง เจ้าของร้านอาหาร ครัวเจ๊ง้อ, เจ๊เล้ง ดอนเมือง  นักธุรกิจนำเข้าเครื่องสำอางและสินค้าจากต่างประเทศ และ เจ๊เกียว สุจินดา เชิดชัย แห่งเชิดชัยทัวร์นั้น จะไม่พูดถึงเลยก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ซึ่งล่าสุด (3 กันยายน 2560) ทั้ง 3 คนก็ได้มาเป็นเกียรติในรายการ 3 แซบ พร้อมทั้งเล่าเรื่องราว บอกเคล็ดลับการทำธุรกิจ ที่ส่งผลให้ทั้ง 3 คน รวยเป็นหมื่นล้านมาแล้วทั้งนี้ ทั้ง 3 คนได้ออกมาเผยถึงเคล็ดลับการประสบความสำเร็จในชีวิต โดยที่เจ๊เกียวบอกว่า เคล็ดลับความรวยของตนนั้น คือการเป็นคนเค็ม อดออม ประหยัด ตนไม่เคยเที่ยว ไม่ซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนม ไม่กินข้าวแพง ที่สำคัญคือ แม้ตนจะมีเงินมาก แต่ตนยังทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึงตี 4 ทุกวัน

 ด้านเจ๊เล้ง บอกว่า ตนทำธุรกิจแบบพี่เลี้ยงน้อง เริ่มจากเล็กไปใหญ่ ตนทำงานทุกวัน เฝ้าร้านทุกวัน และสนุกกับการทำงาน ส่วนเจ๊ง้อบอกว่า ตนรักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก แต่ก่อนตนเป็นช่างตัดเสื้อมา 50 ปี ทำอย่างไรก็ไม่รวย แต่ตนมีฝีมือในการทำอาหาร เพื่อน ๆ มักจะฝากเงินมาให้ซื้อของและทำอาหารไปให้ จนตนมาเปิดร้านอาหารตอนแก่แล้ว และเริ่มมีเงิน ทุกวันนี้ตนตื่นตี 5 เปิดร้าน 7 โมงเช้า และทำงานจนร้านปิด 4 ทุ่มทุกวัน

 

         อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทั้ง 3 คนจะเป็นเศรษฐินี แต่ก็มีบางเรื่องที่ประสบความล้มเหลว เช่นเจ๊เล้ง ที่เปิดใจว่า ตนได้หย่ากับสามีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และให้เงินสามีไป 700 ล้านบาท ค่าหย่า แต่ถึงกระนั้น ตนก็สบายใจ ชีวิตมีความสุข และตอนนี้ก็มีคนเข้าหาตลอด

หรือเจ๊เกียว ที่บอกว่า ตนเคยยกหนี้ให้คนไปทั้งหมด รวม ๆ แล้วกว่าพันล้าน เพราะมีคนมาผ่อนรถแต่ไม่มีเงินผ่อนต่อ ครั้นจะยึดไปก็เสียดาย ดังนั้น ตนก็ยกหนี้ให้ไป ซึ่งถ้ามีเจตนาบริสุทธิ์ ตนก็ยกหนี้ให้และอโหสิกรรมให้ แต่ถ้าคนนั้นต้องการที่จะโกง ตนก็จะยกหนี้แต่ไม่มีการอโหสิกรรม

 


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook

จากเด็กแว้น วันๆเอาแต่ซิ่ง ไม่ทำงาน พ่อแม่ด่าจนคิดได้ หันมาเลี้ยงไก่ชน รายได้เดือนเป็นแสน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ากเด็กแว้น วันๆเอาแต่ซิ่ง ไม่ทำงาน พ่อแม่ด่าจนคิดได้ หันมาเลี้ยงไก่ชน รายได้เดือนเป็นแสน

 

วันที่ 2 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านสัมพัน เลขที่ 79 หมู่ 8 อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงไก่ชนขาย สร้างรายได้ต่อเดือนกว่าแสนบาท โดยนายพรเทพ หรือ ต๋อง ทองคำ อายุ 28 ปี เจ้าของซุ้มไก่ชน “ต๋องปราจีนบุรี” กล่าวว่า ตอนสมัยรุ่นๆ ตนเองกับเพื่อนๆในหมู่บ้านไม่ได้ทำงานเป็นหลักแหล่ง วันๆเอาแต่พากันไปแข่งประลองความเร็วบนท้องถนน ด้วยรถมอเตอร์ไซค์ซิ่ง ไปตามที่ต่างๆ ที่นัดหมายกันของกลุ่มเด็กแว้น ต่อมาถูกพ่อแม่ต่อว่า จึงเลิกทำตัวเหลวไหล หันมาฉุกคิดว่า การมีงานประจำ หรือ มีอาชีพที่เรารัก คือเลี้ยงไก่ชน และตามที่คนเขาเลี้ยงกันเห็นมากมายผ่านโลกโซเชียล แรกๆขายไม่เป็น ไปสอบถามคนในพื้นที่ที่ชอบตีไก่ จนกระทั่งได้พ่อพันธุ์ไก่ชนมาหนึ่งตัว จึงทดลองเลี้ยงและมีคนมาขอซื้อ ซึ่งไก่ชนที่ตนเลี้ยงเป็นที่ต้องการของตลาด

โดยส่วนใหญ่ จะไม่ได้นำไก่ชนออกไปตี แต่จะเลี้ยงเพื่อขายมากกว่าจะได้ราคาดีกว่า การเพาะไก่ชนขาย ไม่ได้มีเทคนิคอะไรเลย เพียงแต่ดูแลไก่ (ลูกไก่) ด้วยการหยอดวัคซีน ตามที่ปศุสัตว์แนะ
นำ ซึ่งหากช่วงอายุแรกเกิด จนถึงไก่โตหนึ่งปี ให้อาหารไก่ทั่วไป สลับกับให้ข้าวให้เปลือกกินเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ กระดูกจะแข็งแรง ราคาขาย ไก่เล็กจะขายคู่ละ 3 พันบาท ไก่รุ่นกระทง หนุ่มสาว จะขายตัวละ 4 5พันบาท จะเปิดโอกาสให้ลูกค้าจะเลือกคัด ไก่ตัวผู้ที่มีรูปทรงลักษณะดี คือ ไก่มีแข้ง ขาขาว หน้าตาขาว ตัวมีขนสีขาว จะได้ราคาดีที่สุด ซึ่งจะมีราคาขายตัวละ 5 หมื่นบาท ไก่หนุ่มแข้ง หรือ ขาสีแดงตัวสีแดง หรือสีเทาจะมีราคา ย่อมลงมา 3-4 หมื่นบาทเช่นกัน ไม่รวมขายในพื้นที่ในจังหวัด และ จังหวัดใกล้เคียง

ต๋อง กล่าวต่อว่า เลี้ยงไก่ชนมาแล้ว 5 ปี ขายไก่ หลัก ๆ ผ่านทางเฟสบุ๊ก กับ ขายที่บ้าน รวมถึงส่งข่ายทางไปรษณีย์ในกรุุงเทพฯและต่างจังหวัดอีกด้วย ลูกค้าส่วนใหญ่จะเลือกซื้อไก่หนุ่ม ที่มีอายุ 1 ปี ขึ้นไปโดยจะขายตัวละ 5 หมื่นบาท ถ้าไก่ได้ทรงแข้งขาวตัวขาว เดือนหนึ่งจะขายไก่ทรงนี้ได้ 2-3 ตัว ถ้ามีลูกค้าต่างถิ่นต้องการไก่ตัวที่มีรูปทรงแข้งขาว ตัวสีขาว เป็นที่ต้องการของตลาดไก่ชนชั้นแนวหน้า ไก่ชนที่เลี้ยงเพื่อขายนั้นจะมีแค่ 2 สายพันธ์ คือ สายพันธุ์พม่า ไซ่ง่อน และอมก๋อยง่อน สองสายพันธุ์นี้จะมีนักตีไก่ให้ความสนใจอย่างมากเพราะรูปทรงดีและตีเก่งแถมฉลาดอีกด้วย ซึ่งในการลงทุนนั้นมีพ่อ แม่ ทำนา แบ่งข้าวเปลือกไว้ให้สำหรับเป็นอาหารไก่กิน 1-2 เกวียน โดยไม่เสียดายเพราะที่บ้านทำนาปรังอีกด้วย

“ไม่รู้ว่าใครมีเทคนิกการเลี้ยงไก่ยังไง แต่ตัวเองเลี้ยงแบบนี้คือ ธรรมชาติ กับ การขายแบบซื่อสัตย์ ไก่ชนเก่งพันธุ์แท้ แก่ลูกค้า จึงทำให้ขายไก่ชนได้ดีเสมอมาราคาไม่ตก พร้อมกันนี้ ได้ทะนุถนอมดูแลไก่หนุ่มอย่างดี อาทิ หมั่นสาดน้ำ ,อาบแดด ,ลงขมิ้น , ออกกำลังกายวิ่งสุ่ม ,ลงนวมซ้อม ให้กล้ามเนื้อแข็งแรง จึงมีลูกค้าต้องการไก่ที่ซุ้มของตนอยู่ตลอดเวลา ผู้สนใจอยากซื้อหาไก่ชน ไว้เลี้ยงเป็นอาชีพติดต่อสอบถามได้ที่พรเทพทองคำ เบอร์โทรศัพท์096 092 7433”


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook

กระเป๋าอิตาลี กับความคล้ายกระเป๋าสานไทย ติดแบรนด์เข้าไป ขายได้เกือบ 5,000

กระเป๋าแบรนด์ดัง ออกคอลเลคชั่นคล้ายกระเป๋าจักสานไทย จำหน่ายเพื่อการกุศล สนนราคาใบละเกือบ 5 พัน ขณะที่ไทยหาได้ตามตลาดนัด ในราคาแค่หลักร้อย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ Laurel Tuohy รายงานว่าพบกระเป๋าแบรนด์หรู Marni จากอิตาลี ออกแบบคล้ายกระเป๋าจักสานของไทย ซึ่งกระเป๋าจักสานของแบรนด์ดังกล่าว มีชื่อคอลเลคชั่นว่า Marni Charity Baskets เป็นผลงานจักสานของช่างฝีมือชาวโคลอมเบีย เป็นรุ่นที่ผลิตออกมาเพื่อโครงการการกุศลมอบรายได้ให้แก่องค์กร Vimala ที่คอยให้การช่วยเหลือเด็กที่ถูกทอดทิ้งและพิการในประเทศอินเดีย บราซิล กินี-บิสเซา และประเทศยากจนอื่น ๆ

โดยรายได้จากการขายกระเป๋าตะกร้าครั้งนี้ จะนำไปฟื้นฟูโรงเรียนเด็กพิการในอินเดีย ซึ่งราคาใบเล็กอยู่ที่ 90 ยูโร (3,600 บาท) ส่วนใบใหญ่ 120 ยูโร (4,800 บาท) ขณะที่ชาวไทยสามารถหาซื้อตะกร้าจักสานในแบบที่คล้ายกันกับตะกร้า Marni ได้ตามตลาดนัดในประเทศทั่วไป สนนราคาอยู่ที่หลักร้อยบาทเท่านั้น

สำหรับ Marni เป็นแบรนด์หรูจากประเทศอิตาลี ก่อตั้งในปี 2537 โดยดีไซเนอร์ Consuelo Castiglioni มีผลิตภัณฑ์จากแบรนด์มากมาย ทั้งเสื้อผ้าสตรี บุรุษ เด็ก กระเป๋าถือ และเครื่องประดับ โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางแบรนด์ได้ออกผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีก เช่น แว่นตากันแดด และน้ำหอม

 

 


รับทำSEO รับทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ 1 ของหน้า google เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับทำ SEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO

ที่มา : kapook