คลัง ชง ครม.เก็บภาษีทีดินและที่อยู่อาศัย อังคารนี้ ต่ำกว่า 50 ล้านบาทไม่เสียภาษี

คลัง ชง ครม.เก็บภาษีทีดินและที่อยู่อาศัย อังคารนี้ ต่ำกว่า 50 ล้านบาทไม่เสียภาษี

คลัง ชง ครม.เก็บภาษีทีดินและที่อยู่อาศัย อังคารนี้ ต่ำกว่า 50 ล้านบาทไม่เสียภาษี

คลัง ดันภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เข้าครม.อังคารนี้ มั่นใจผ่านฉลุย ปรับเกณฑ์ บ้านหลังแรกต่ำกว่า 50 ล้านไม่ต้องเสียภาษี เตรียมประกาศใช้ปี 2560 นี้

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้นำร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ปรับปรุงใหม่เสนอไปให้รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์พิจารณาเห็นชอบแล้ว และได้เสนอร่างไปยังนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นชอบ โดยคาดว่า ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 7 มิ.ย.2559 นี้

สำหรับร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่นำเสนอครั้งนี้ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีให้เหมาะสมและเป็นธรรมยิ่งขึ้น หลังจากมีการวิพากษ์วิจารณ์หลักเกณฑ์ที่เคยนำเสนอมาก่อนหน้านี้ โดย หลักเกณฑ์สำคัญที่มีการปรับปรุง คือ การจัดเก็บภาษีบ้านที่อยู่อาศัย โดย ผู้ที่มีบ้านที่อยู่อาศัยหลังแรกมูลค่าต่ำกว่า 50 ล้านบาทลงมา ไม่ต้องเสียภาษี

ทั้งนี้หลักเกณฑ์รายละเอียด การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะแบ่งหลักเกณฑ์การจัดเก็บออกเป็น 4 ประเภท คือ
1 ที่ดินเพื่อการเกษตร 2 ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อที่อยู่อาศัย 3 ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อการพาณิชย์ อุตสาหกรรมและสิ่งอื่นๆ 4 ที่ดินว่างเปล่า
ส่วนอัตราการจัดเก็บภาษีของแต่ละประเภท จะมีการกำหนดเพดานอัตราภาษีสูงสุดของแต่ละประเภทดังนี้

1 ที่ดินเพื่อการเกษตร อัตราสูงสุด 0.2 %

2 ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่อาศัย อัตราสูงสุด 0.5 %
3 ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อการพาณิชย์ อุตสาหกรรมและสิ่งอื่นๆ อัตราสูงสุด 2 %
4 ที่ดินว่างเปล่า 5 %
“อัตราภาษีของแต่ละประเภท เป็นการกำหนดเพดานสูงสุดไว้ แต่ในการประกาศใช้ตามกฤษฎีกาจะกำหนดอัตราเริ่มต้นที่ไม่เป็นภาระมากนักและเป็นอัตราก้าวหน้า ตามมูลค่า ใครมีที่ดินและทรัพย์สินแพงก็เสียภาษีสูงขึ้นตามลำดับแต่ไม่เกินเพดานที่กำหนดไว้ ที่สำคัญของการเก็บภาษีครั้งนี้ก็คือ ในส่วนของที่ดินว่างเปล่า ซึ่งมีอัตราสูงสุดสูงกว่าทุกประเภทแล้ว ยังกำหนดด้วยว่า หากไม่มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินในระยะเวลา 3 ปีขึ้นไปหลังจากประกาศใช้จะมีการเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีขึ้นเป็นเท่าตัวในทุกๆปีหลังจากนั้น “

นอกจากนี้ในประเด็นการจัดเก็บภาษีที่ดินบ้านและที่อยู่อาศัย ซึ่งประชาชนให้ความสนใจและมีความกังวลว่าจะเป็นภาระมากนั้น การกำหนดอัตราภาษีโดยกำหนดชัดเจนเพื่อไม่ให้สงผลกระทบกับคนทั่วไป ที่เป็นคนชั้นล่าง และคนชั้นกลาง แล้ว คือ มูลค่า ต่ำกว่า 50 ล้านบาทไม่ต้องเสียภาษี แต่หากมี บ้านที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 ขึ้นไป จะต้องเสียภาษีทุกหลังด้วย ส่วนคนที่ได้มรดกหากมีมูลค่าสูงกว่า 50 บาทขึ้นไปจะมีการผ่อนผันให้ว่ากี่ปีจึงจะต้องเสียภาษี ตามเกณฑ์ทีกำหนด
และในการผลักดันภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างครั้งนี้ ควบคู่กันไป เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมธนารักษ์ไปดำเนินการจัดทำราคาประเมินที่ดินทั่วประเทศให้แล้วเสร็จ ภายในปีนี้ก่อนที่จะประกาศใช้กฎหมายด้วย

“การเสนอร่าง พ.ร.บ.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างครั้งนี้ กระทรวงการคลังมั่นใจว่าจะผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี และประกาศใช้ได้แน่ในปี 2560 ซึ่งหลักของการจัดเก็บภาษีครั้งนี้เป็นเป็นการออกกฎหมายเพื่อให้อำนาจท้องถิ่นเป็นคนจัดเก็บ รายได้ทั้งหมดจะเป็นของท้องถิ่นเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาท้องถิ่นในแต่ละแห่ง ไม่ใช่การจัดเก็บรายได้เข้าส่วนกลางเหมือนภาษีอื่นๆ ดังนั้น ในประเด็นที่เป็นห่วงและเข้าใจผิดว่า การเก็บภาษี นี้เพราะรัฐบาลถังแตกต้องการรีดภาษีเข้ารัฐจึงเป็นการเข้าใจผิด”

10 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

10 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

ปัจจุบันนี้ มือถือกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของคนเราไปเสียแล้ว ดูได้จากอัตราการครอบครองมือถือของคนไทยมากกว่า 100% มาหลายปีแล้ว เพราะว่าคนไทยหลายคนชอบพกมือถือ 2 เครื่อง คงเนื่องจากโปรโมชั่นของผู้ให้บริการมือถือของแต่ละค่ายที่ให้กับลูกค้าที่เปิดซิมเบอร์ใหม่ ผมยังจำได้ว่ามือถือรุ่นแรกๆ ของโลกมีขนาดใหญ่พอๆ กับ กระบอกน้ำ ซึ่งมีฟังค์ชั่น แต่รับสายโทรออกเท่านั้น และราคาแพงมาก ซึ่งเด็กรุ่นๆ ใหม่คงไม่เคยเห็น ด้วยวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี ปัจจุบันมือถือเริ่มทำอะไรได้หลายอย่างมากขึ้น จนเราสามารถแบ่งมือถือได้เป็น 2 ประเภทคือ Feature phone (มือถือรับสายโทรออกส่ง SMS MMS เท่านั้น) กับ Smart phone (มือถืออัจฉริยะ) ที่ทำให้เราสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่าง เกือบเทียบเท่าคอมพิวเตอร์ 1 ตัว เลยทีเดียว เกริ่นมาซะตั้งนาน ขอเข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ
10 วิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น
1) จัดลำดับงานตามความสำคัญของงาน โดยแบ่งลำดับงานที่ต้องทำก่อนหลังดังนี้
1.1) งานที่สำคัญ และ เร่งด่วน เป็นงานประเภทแรกที่ต้องรีบทำก่อนเพื่อน เช่น งานที่ถูกมอบหมายให้ทำให้เสร็จวันรุ่งขึ้น
1.2) งานที่สำคัญ แต่ ไม่เร่งด่วน เป็นงานที่ต้องจัดสรรเวลามาทำ เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น
1.3) งานที่ไม่สำคัญ แต่ เร่งด่วน วานคนอื่นทำได้ แต่ต้องรีบทำ เช่น จ่ายบิลค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น
1.4) งานที่ไม่สำคัญ และ ไม่เร่งด่วน เป็นงานที่เก็บไว้ทำหลังจากงาน 3 ประเภทได้ทำเสร็จแล้ว เช่นเช็ค FACEBOOK, LINE เป็นต้น

 

2) อย่ารวบอำนาจ หรือเก็บงานทั้งหมดไว้กับตัวคนเดียวควรจะกระจายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ตามความสามารถของเขาเหล่านั้น ถึงแม้บางครั้งลูกน้องอาจจะทำงานได้ไม่ดีเท่าเราเองก็ตาม แต่เป็นการให้โอกาสฝึกฝนเขาให้มีพัฒนาการและประสบการณ์ในการทำงานมากขึ้น รวมทั้ง เป็นการผ่อนเบางานของเรา ทำให้เรามีเวลาไปคิดสร้างสรรค์โครงการใหม่ๆ
3) จัดเก็บข้าวของให้เป็นที่เป็นทางอย่างมีระเบียบเรียบร้อย บ่อยครั้งที่เราสูญเสียเวลาไปสิบกว่า นาที เพื่อหาสิ่งของหรืออุปกรณ์บางอย่างที่จำเป็น ถ้าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้เราสูญเสียเวลาที่จะ ใช้ไปกับการทำงาน และยังทำให้เราหงุดหงิด สมองพาลจะไม่ปลอดโปร่ง อาจมีผลกระทบกับ ผลงานหรือการตัดสินใจได้

4) จัดตารางเวลาของสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันไว้ล่วงหน้า และพยายามอย่าใช้เวลาเกินกำหนดที่ตั้งไว้ โชคดีที่ปัจจุบัน Smart phone ทั้งหลายจะมี Calendar เป็น App ที่มากับเครื่องเลย ซึ่งปกติผมจะใช้โปรแกรม Outlook ในการจัดการ Calendar แล้วนำมา Sync กับมือถือของผม ทำให้ผม ไม่พลาดนัดหมายต่างๆ และเตือนผมให้เตรียมตัวสำหรับกิจกรรมต่างๆ

5) จำกัดการใช้โทรศัพท์ในรูปของ VOICE เพราะว่าเวลาคุยโทรศัพท์หลายครั้งที่เราจะต้องมีการคุย สารทุกข์สุขดิบ หรือเรื่องอื่นๆ ที่นอกเหนือจากประเด็นที่จะสนทนา หลายครั้งผมก็เลี่ยงโดยการ ใช้ App ต่างๆ เช่น Whatsapp หรือ Line ในการสื่อสารแทน นอกจากเป็นการประหยัดเวลา แล้วยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

6) App มือถือในปัจจุบัน มีความหลากหลายและเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับชีวิตเราได้มาก ผม เองใช้มือถือระบบ Android ผมพบว่าให้มี App ให้เลือกใช้เป็นเรือนแสน ลองเลือก App ที่ เหมาะสมกับเรา จะทำให้เราสามารถบริหารเวลาได้ดียิ่งขึ้น ผมเองเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น ผมก็จะ Download โปรแกรมเกี่ยวกับหุ้นไว้ 4-5 โปรแกรมไว้ติดตามดูสภาพการณ์ของตลาด หุ้นและราคาหุ้นรายตัว ไม่ว่าผมจะไปอยู่ที่ไหนก็ตาม ทำให้ผมสามารถสั่งซื้อและขายหุ้นได้แบบ Real time แทนที่จะต้องไปนั่งที่ห้องค้าหลักทรัพย์หรือนั่งเฝ้าจอที่บ้านเหมือนสมัยก่อน

7) นอกจากจัดลำดับความสำคัญของงานแล้ว การจัดลำดับความสำคัญของการอ่านและตอบ Email ก็เป็นสิ่งสำคัญ วันๆ หนึ่ง ผมจะได้รับ Emails 50-70 Emails ซึ่งผมก็จะดูจากหัวข้อและ ผู้ส่ง โดยจะเลือกอ่านและตอบ Emails ที่สำคัญก่อน แล้วเก็บ Email ที่ไม่สำคัญไว้อ่านในวันหยุด หรือช่วงเวลาว่างๆ โชคดีที่คนยุคนี้มี Smart phone ใช้ทำให้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เราก็สามารถรับ และส่ง Email ถึงกันได้ทั่วทุกมุมของโลก

8) ปัจจุบันเราไปเสียเวลากับ Social media ต่างๆ มากเกินไป ควรจะมีการจำกัดเวลาในแต่ละวัน ให้กับสิ่งเหล่านี้ในเวลาที่พอเหมาะและควรจะใช้ในช่วงเวลาว่างๆ เช่นช่วงพักเบรก อย่างไรก็ ตามผมคิดว่าเราไม่ควรจะให้เวลากับมันเกินครึ่งชั่วโมง/วัน แต่ก็อย่างว่าแหละครับ สมัยนี้ผู้ใช้ Smart phone ทั้งหลายก็ติดตั้ง Facebook Twitter IG Line ฯลฯ กันแทบทุกเครื่อง

9) รู้จักที่จะปฏิเสธ การที่เราเป็น MR OR MISS “YES” นั่นหมายถึงงานที่จะเป็น Overload สำหรับเราต้องเกิดขึ้นเป็นประจำ ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของเราแย่ลง และไม่สามารถจะทำงานหลายชิ้นได้ทันเวลา แต่ก็ไม่ใช่จะเป็น MR OR MISS “No” ในทุกๆ เรื่อง คงต้องดูตามความเหมาะสมเป็นเรื่องๆ ไป

10) ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอและพักผ่อนนอนหลับให้ได้คืนละ 7-8 ชั่วโมง เพราะจะทำให้เรามีสุขภาพแข็งแรง จิตใจผ่องใส สามารถรับมือกับงานในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี ยิ่งปัจจุบันมี App และ Gadget เสริมต่างๆ ที่ช่วยเราในการออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง Workout yoga ฯลฯ รวมทั้ง App ที่ข่วยผ่อนคลายตอนนอนให้เราหลับสบายอีกด้วย
ถ้าสามารถทำตามที่ผมเสนอแนะได้ทั้ง 10 ข้อ ผมมั่นใจว่าทุกๆ ท่านจะกลายเป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพขององค์กร และเป็นคนที่น่ารักที่มีเวลาให้กับครอบครัว

หารูรั่วเรื่องค่าใช้จ่ายเพื่อ ลดการเป็นหนี้

หารูรั่วเรื่องค่าใช้จ่ายเพื่อ ลดการเป็นหนี้

เพราะชีวิตยังมีเรื่องต่างๆ ในด้านไม่ดีที่พร้อมจะเข้ามา หากเตรียมตัวรับมือปัญหาเรื่องงาน การตกงาน หรือรายรับลดลงรวมถึงการถูกจ้างออก ฯลฯ ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยบรรเทาความความทุกข์และความสูญเสีย หรือ ความเสียหายที่อาจจะเกิดกับชีวิตหรือทรัพย์สินลงได้ ซึ่งเรื่องแบบนี้ พร้อมจะเกิดขึ้นกับชีวิตของคุณได้ตลอดเวลา

มันอาจเรียกได้ว่าเป็นอุบัติเหตุชีวิตที่ไม่คาดคิด ซึ่งอาจจะกระทบกับการงานที่ส่งผลทำให้ถูกลดตำแหน่งหรือถูกลดเงินเดือน การจ้างออก หรืองานที่ทำอยู่อาจจะทำให้ประสบปัญหาต่างๆ และตามมาด้วยปัญหาเรื่องงาน เรื่องรายได้ โดยจะต้องทำการเตรียมรับมือ หรือลงมือปฏิบัติทันทีเมื่อเจอะ เจอกับวิกฤติปัญหาเหล่านี้ ยิ่งแก้ปัญหาเร็วเท่าไร ก็จะยิ่งชวยลดความสูญเสียลงได้มากเท่านั้น
แนวทางการเตรียมรับมือกับวิกฤติการเงินและเรื่องงาน
การเตรียมรับมือกับวิกฤติต่างๆ ที่อาจจะเกิดกับการทำงาน ปัญหาเรื่องงาน หน้าที่การงาน และปัญหาเรื่องเงิน หรือเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน การแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าอาจจะหยุดการใช้มือถือแบบรายเดือน ซึ่งจะช่วยทำให้ควบคุมรายจ่ายยากมาก เพราะบางครั้งที่กำลังคุยแบบติดพัน ก็จะใช้โทรกันแบบไม่ยั้งไม่สนใจ เพราะไม่เห็นเวลาที่เงินถูกตัดแต่จะเห็นก็สิ้นเดือนเพราะทำให้ใช้ไม่ระวัง แต่หากบ้านใครมีสมาชิกหลายคน จำเป็นต้องรีบรัดเข็มขัดทันที แล้วลองหาช่องทางใช้ให้ประหยัด

หรือหากมีมือถือหลายเครื่อง การซื้อwifi หรือหามือถือแบตอึดทนเพื่อไว้กระจายสัญญาณเน็ตให้เครื่องอื่น สามารถใช้ได้ด้วย ก็จะทำให้ประหยัดยิ่งขึ้น หรือจะลองหยุดการใช้อินเตอร์เน็ตแบบรายเดือนดู หลายคนใช้อินเตอร์เน็ตแบบที่เป็นทั้งผ่านมือถือรายเดือนและเน็ตบ้านรายเดือน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างมาก หากมีปัญหาเรื่องการงาน การเงิน ควรหาทางจัดการตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีที่สุด

พยายามเลิกหรือหยุดการใช้สินค้าเงินผ่อน
การใช้สินค้าเงินผ่อนซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงและผ่อนระยะยาวไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ควรจะหาทางตัดหนี้สินให้เร็วที่สุด อย่างรถยนต์ก็จะมีบริการปิดไฟแนนซ์และมีบริการไฟแนนซ์แก่ผู้ซื้อที่สร้างความสะดวกอย่างมาก  อย่ารอให้ชีวิตเกิดปัญหาคุณสามารถลดศักดิ์ศรีและความมีหน้ามีตาลงมาแล้วหารถมือสองที่ไม่ต้องเป็นหนี้มาใช้  หรือแบบผ่อนไม่มาก มันมีรถบางคันที่ผู้ขายร้อนเงินมาก จากที่ตั้งราคาขายดาวน์หลายแสน อาจจะสามารถต่อราคาซื้อดาวน์ลงได้ประมาณแสนบาท ซึ่งผู้ขายต้องยอมปล่อย และหากยังยื้อใช้งานต่ออาจจะยิ่งขายยาก และมีโอกาสถูกกดราคามากกว่านี้

บางคันต้องเอาไปเปลี่ยนสัญญาผ่อนต่อเอาเองก็มี ส่วนทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มในอนาคตอย่างบ้าน หากอยู่ในทำเลที่ดี และคิดว่าคุณผ่อนไหวก็ควรจะเก็บไว้ แล้วหาทางขายทรัพย์สินอื่นทิ้งไป บางคนมีหนี้ก้อนใหญ่ทางบ้านมีปัญหาการเงินหากบ้านคุณมีราคาปรับตัวขึ้นสูงมาก แม้จะยังผ่อนไม่จบ แต่ก็สามารถทำการขายบ้านได้กำไร ซึ่งจ่ายหนี้หมดแล้วก็ยังมีเงินเหลือ ไปตั้งตัวได้

ขายเครื่องใช้ที่ไม่จำเป็นทิ้งไปบ้าง
ลดการใช้ข้าวของที่มากเกินไปแม้บางอย่างอาจจะไม่มีค่าใช้จ่ายหรือไม่ได้ซื้อมาแต่มีผลต่อจิตใจ จะต้องทิ้งก็ต้องเกิดความเสียดายอะไรที่ลดๆ ได้ ก็ลดเสียจะดีกว่า การมีข้าวของเครื่องใช้มากเกินไป บางคนเป็นการสร้างรายจ่ายหรือเงินจมไปกับข้าวของ ซึ่งหากมีชีวิตมีปัญหาเรื่องการงาน ควรหาทางจัดการขายทิ้งอย่ารอให้ถึงวันที่แย่ต้องขายบ้านเพราะทรัพย์สินเหล่านั้นจะเป็นภาระ อาจจะต้องแจกฟรีเพราะขายไม่ทัน ซึ่งข้าวของเครื่องใช้หาใหม่ได้ลองอยู่แบบเรียบง่ายดี สบายใจดีไม่ทุกข์ใจกับของใช้ เพราะบางอย่างไม่ใช้ก็เสีย

  ฝึกชีวิตให้กินอยู่แบบเรียบง่าย
การฝึกใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่ใช่เป็นการอยู่แบบไม่มีจะกิน แต่จะช่วยให้รู้ว่าในแต่ละวันจะมีค่าใช้จ่ายจริงๆ เท่าไหร่ ลองใช้ชีวิตเรียบง่ายดู หากเลือกกินแต่ของที่มีประโยชน์จริงๆ มันจะไม่แพงเหมือนไปนั่งกินตามร้านอาหารลองหุงข้าว ทำกับข้าวกินเองจะทำให้ค่าใช้จ่ายลดเกือบครึ่งหนึ่ง หากบ้านมีพื้นที่ให้ปลูกผักสวนครัว ผักที่กินบ่อยๆ อย่างพริก ใบมะกรูด โหระพากระเพรา ในแต่ละเดือนก็ลดรายจ่ายไปหลักร้อยบาทได้แถมดีต่อสุขภาพ เพราะปลูกเองปลอดสารพิษ

ตัวอย่าง ทานตะวันงอกปลูกง่ายมาก ต้นทุนก็แสนถูกและมีสารอาหารดีๆ มีประโยชน์ เยอะมาก เชื่อว่าแต่ละคนก็จะมีรูรั่วในกระเป๋าเงินไม่เหมือนกัน บางคนก็รูใหญ่รั่วมากหาเงินมาจ่ายหนี้ตั้งแต่เฉพาะต้นเดือนถึงกลางเดือน ของใช้บางอย่างต้องซื้อทุกเดือนก็ลองลด หากในบ้านมีสมาชิกหลายคนยิ่งจะช่วยลดรายจ่ายได้มาก

หากการเงินเริ่มมีปัญหา หรือ งานที่ทำอยู่เริ่มมีปัญหา การรับจัดการเคลียปัญหาหนี้สินหรือภาระที่ไม่จำเป็นต่างๆ ให้เร็วที่สุด อย่ารอให้เกิดขึ้นก่อนและจึงแก้ไข การมีหนี้สินมากเกินไปหากมีปัญหาการเงินเกิดขึ้น จะกลายเป็นปัญหาหนัก เพราะการต้องขายทรัพย์สินขณะร้อนเงิน จะยิ่งถูกกดราคาอย่างมาก ยิ่งแย่เหมือนยิ่งโดนซ้ำเติมให้หนักเข้าไปอีก แต่เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันที่ชีวิตแย่ หรือไม่มีเงินลองลดหรือประหยัดดู จะได้รู้จักตัวตนของตัวเองเร็วขึ้น หันมาใช้ชีวิตเรียบง่าย และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น หากรู้ตัวก่อน การสร้างหนี้และมีการวางแผนใช้จ่ายก็จะไม่พลาด

หนุ่มสุรินทร์ตามหาแม่ ตั้งแต่เกิดยังไม่เคยเจอ มีแค่รูปใบเดียว

หนุ่มสุรินทร์ตามหาแม่ ตั้งแต่เกิดยังไม่เคยเจอ มีแค่รูปใบเดียว

หนุ่มสุรินทร์ตามหาแม่ ตั้งแต่เกิดยังไม่เคยเจอ มีแค่รูปใบเดียว

หนุ่มหวังพึ่งสื่อมวลชน ช่วยตามหาแม่บังเกิดเกล้าจนเจอ ทำความฝันที่อยากเจอแม่สักครั้งในชีวิตให้สำเร็จ หลังเห็นแค่รูปภาพใบเดียวตั้งแต่เกิดมา

เมื่อวันที่ (2 มิ.ย.) ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวจังหวัดสุรินทร์ ได้รับแจ้งร้องขอความช่วยเหลือจาก นายวิชิต จิตรโท อายุ 31 ปี ชาวบ้าน ต.บุฤาษี อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่เดินถือรูปถ่ายเข้ามาให้สื่อมวลชนดู ระบุว่าเป็นรูปถ่ายที่เป็นรูปของแม่บังเกิดเกล้า ที่มีเก็บติดตัวเอาไว้เพียงรูปเดียว

นายวิชิต ยังได้นำเอกสารต่างๆ มาแสดง ระบุว่าชื่อบิดาและมารดา พร้อมกับแสดงความต้องการให้สื่อมวลชนช่วยตามหา นางรุ่งทิพย์ จิตรโท ผู้เป็นแม่แท้ๆ ที่พลัดพรากจากกันไปตั้งแต่เกิด เติบโตมาอายุย่างเข้าเลข 3 แล้ว ยังไม่เคยได้พบเจอแม่เลยสักครั้งเดียว

หนุ่มสุรินทร์รายนี้ เปิดเผยว่า อยากให้สื่อมวลชนและสังคมช่วยกันติดตามหาแม่บังเกิดเกล้าของตน ก่อนหน้าที่เคยออกตามหา นางรุ่งทิพย์ ตั้งแต่ปี 2556 แต่ก็ยังไม่พบเจอ นายวิชิต เปิดเผยว่า ตนเป็นลูกบุญธรรมที่ได้ นายสว่าง และ นางสำรวย ผิวงาม รับอุปการะเลี้ยงดูจากศูนย์อนามัยแม่และเด็ก เขต 6 จ.ขอนแก่น ตั้งแต่ยังแบเบาะ

นายวิชิต ยังกล่าวว่า ตนแค่ต้องการทราบว่า แม่ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ อยากเจอเเม่ผู้ให้กำเนิดสักครั้งในชีวิต ตนได้ติดต่อขอความช่วยเหลือไปยัง ศูนย์วิทยุร่วมด้วยช่วยกัน 1677 ได้รับการช่วยเหลือทราบข่าวว่า นางรุ่งทิพย์ จิตรโท แม่ของตนอยู่ที่ ชุมชนวัดจันทร์ตะวันตก จ.พิษณุโลก แต่เมื่อไปถึงก็ยังหาไม่เจอ

อย่างไรก็ตาม นายวิชิต บอกว่า ตอนนี้เจอเพียงคุณยายและคุณป้า อาศัยอยู่ที่บ้านดงพอง ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป้าหมายคืออยากบอกเเม่ให้ทราบว่า ยังมีลูกชายชื่อ นายวิชิต ตามหาอยู่ หากทราบข่าวผ่านสื่อแล้ว จึงวอนขอให้ติดต่อกลับมาหาลูกชาย ที่หมายเลขโทรศัพท์ 062-5074985

สะตอพังงาแหล่งผลิตต้นน้ำสู่ประเทศอาเซียน

สะตอพังงา

สะตอพังงาแหล่งผลิตต้นน้ำสู่ประเทศอาเซียน

‘สะตอพังงา’ แหล่งผลิตต้นน้ำ ส่งต่อพ่อค้าคนกลาง ก่อนโกอินเตอร์ออกสู่ประเทศอาเซียน

“สะตอ” ผักพื้นบ้านของชาวใต้ ซึ่ง จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่มีผลผลิตสะตอออกสู่ตลาดมากเป็นอันดับต้น ๆ ของภาคใต้ ส่วนใหญ่เกษตรกรจะปลูกสะตอ รวมอยู่กับไม้ผลชนิดอื่น ซึ่งผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดช่วงปลายเดือนเมษายน และจะออกมาก ในช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม ซึ่งในช่วงต้นฤดู สามารถขายได้ถึงฝักละ 6 – 10 บาท ปัจจุบัน ขายได้ประมาณฝักละ 3 – 4 บาท ด้าน นายสุชาติ ศรีรอดภัย อายุ 46 ปี เกษตรกร ม.4 ต.กะปง อ.กะปง จ.พังงา เปิดเผยว่า ส่วนใหญ่สะตอของ จ.พังงา จะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงที่บ้าน โดยที่พ่อค้าคนกลางออกตระเวนซื้อรวบรวมสะตอในพื้นที่ ก่อนจะบรรทุกไปส่งยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สำหรับบางสวนก็มีการจองซื้อไว้เป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ อ.หาดใหญ่ นั้นถือเป็นศูนย์กลางในการซื้อสะตอไปเมล็ด สำหรับส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม สะตอ ถือเป็นพืชผักที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี ซึ่งวิตามิน และแร่ธาตุเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งมีประโยชน์กับร่างกาย มีส่วนช่วยบำรุงสายตา ช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ช่วยลดความดันโลหิต ทำให้เม็ดเลือดแดงเกาะกลุ่มกันได้ดีขึ้น ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ช่วยในการขับปัสสาวะ มีฤทธิ์เป็นยาระบาย อีกทั้ง ยังช่วยในการขับถ่ายได้ดีขึ้น ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา นอกจากนี้แล้วหลายคนยังเชื่อว่าการกินสะตอเป็นประจำจะช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้อีกด้วย

ดวงตาสวรรค์! พระธาตุเขาน้อย อลังการ งดงาม

ไล่เปิด ไล่ดู เหมือนต้องมนต์ความงาม สัมผัสมนต์มุมมองสะกด

“ครั้งนี้มีโอกาสได้มา จ.น่าน พวกเราไม่พลาดที่จะมาเที่ยววัดพระธาตุเขาน้อย” เขาบอกว่าจริงๆ แล้ว สามารถขับรถขึ้นไปด้านบนได้เลย แต่เราเลือกที่จะเดินขึ้นบันได สามร้อยสามขั้น เดินไปพักไป จนขึ้นมาถึงด้านบน จุดเด่นของวัดนี้ คือ องค์พระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร ขนาดสูงใหญ่ หันไปทางเมืองน่าน และจุดนี้ สามารถมองเมืองน่านจากมุมสูงได้อย่างชัดเจน

ภายในวัด จะพบกับองค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐปูนสีขาว ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เล่ากันว่าตามประวัติพระธาตุเขาน้อยสร้างโดย มเหสีรองของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองเมืองน่านในอดีต และได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ในปี 2449 – 2454 โดยช่างชาวพม่า

ภาพเล่าเรื่องไทยรัฐออนไลน์สัปดาห์นี้เป็นภาพงดงามจาก Thairath Drone ที่วัดพระธาตุเขาน้อย ตั้งอยู่ที่ ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน มาให้ชมกัน เป็นภาพมุมมองใหม่ๆ ที่ดูแล้วมุมมองเหมือนกับดวงตาสวรรค์ที่มองลงมายังความงดงาม.

ล้ำโลกอนาคตใจกลางเมือง! ซูมโซนเจ๋งชัดๆ โฉมใหม่ สยามดิสคัฟเวอรี่เจ๋งไหม

 

เปิดแล้วจ้า!!! สยามดิสคัฟเวอรี่เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือความล้ำสุดๆ บอกเลยว่าที่นี่เป็นเหมือนสนามทดลองพลังอำนาจแห่งความคิดสร้างสรรค์ เหมือนอยู่ในโลกอนาคต สร้างปรากฏการณ์นำแบรนด์ดังมาเปิดตัวครั้งแรกในโลก ครั้งแรกในภูมิภาค และครั้งแรกในประเทศไทยมากมาย ทั้งสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน สินค้านำเทรนด์ที่ก้าวล้ำทุกกระแสโลก สินค้าและบริการนวัตกรรมล่าสุด สินค้าที่ผลิตสร้างสรรค์จากแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเพื่อความยั่งยืน และสินค้าในรูปแบบคอลลาบอเรชั่นและสินค้าลิมิเต็ดอิดิชั่น…

สัปดาห์นี้ คู่มือคนเมือง ไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้ไปเยือนมาแล้ว วันนี้เราจะพาไปซูมกันชัดๆ ว่ารีโนเวตใหม่แล้วจะมีอะไรพิเศษขึ้นมาบ้าง!!

สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม

ออกแบบโดย “เนนโดะ” ทีมออกแบบระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น

40,000 ตารางเมตร กับสินค้าแบรนด์ดัง 5,000 แบรนด์

ทุกพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร ถูกเนรมิตให้ ‘เข้าถึงใจ’ ลูกค้ามากที่สุด โดยนำเสนอจากสินค้าแบรนด์ดังที่มีอยู่มากกว่า 5,000 แบรนด์ ในทุกระดับราคาที่สามารถเข้าถึงได้ โดยแบ่งออกเป็น 5 หมวดหมู่ ได้แก่ สินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน (Everyday Products), สินค้านำเทรนด์ที่ก้าวล้ำทุกกระแสโลก (Trend Products), สินค้าและบริการนวัตกรรมล่าสุด (Innovative Products & Service), สินค้าที่สร้างสรรค์จากแนวคิดใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเพื่อความยั่งยืน, สินค้าคอลลาบอเรชั่น และแอบโซลูทสยาม”

โฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิม ทุ่มงบ 4,000 ล้าน ทันสมัย ล้ำโลกอนาคต

การออกแบบโฉมใหม่ของ “สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม” ได้ทีมออกแบบระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น “เนนโดะ” (Nendo) นำทีมโดย “มร.โอกิ ซาโตะ” ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1ใน 100 ชาวญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับนับถือมากที่สุด โดยนิตยสารนิวส์วีค เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะ หัวหน้าที่ปรึกษางานออกแบบอาคารและงานออกแบบตกแต่งภายใน และเป็นผู้มอบแรงบันดาลใจด้านคอนเซปต์รูปแบบโดยรวมของสยามดิสคัฟเวอรี่

สยามดิสคัฟเวอรี่คอนเซปต์ไฮบริดรีเทล

โดยแรงบันดาลใจการออกแบบดีไซน์สยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่นี้ มาจากคอนเซปต์ไฮบริดรีเทลที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ที่ตื่นเต้น และการมอบพลังอำนาจในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งไม่เพียงแค่สภาพแวดล้อมโดยรวมเท่านั้น แต่รวมถึงพื้นที่ทั้งหมดของสยามดิสคัฟเวอรี่ พร้อมเชื่อมผสานพื้นผิวทั้งหมดให้กลมกลืน ลดรอยต่อบนพื้นและเพดานในพื้นที่ส่วนกลางและร้านค้าต่างๆ โดยทำให้ดูค่อยๆ กลมกลืนกัน สื่อสะท้อนถึงการผสมวัสดุที่แตกต่างกันในห้องทดลอง เป็นไปตามธีมของไลฟ์สไตล์ แล็บ (Lifestyle Lab)”

Lifestyle Lab

นอกจากการออกแบบตกแต่งภายนอกที่น่าอัศจรรย์ มีคาแรกเตอร์โดดเด่นและจดจำได้ง่ายแล้ว งานออกแบบอินทีเรียดีไซน์เดคคอเรชั่นในทุกชั้นทุกมุมของสยามดิสคัฟเวอรี่ มร.โอกิ ซาโตะ เป็นผู้ดูแลให้คำปรึกษาทั้งหมด และนี่คือผลงานการออกแบบดีไซน์ขนาดใหญ่ที่สุดที่เขาเคยทำมา

สแกน 8 ชั้น มีอะไรกันบ้าง!

ชั้น G – Her Lab: แฟชั่นล้ำเทรนด์ และบริการสุดพิเศษสำหรับสุภาพสตรี

เปิดตัว ดิสคัฟเวอรี่แมน

ดิสคัฟเวอรี่แมนในแบบคอลลาบอเรชั่น 25 ตัว

นอกจากชั้นนี้จะตอบโจทย์คุณผู้หญิงแล้ว ยังมีความพิเศษตรง นิทรรศการ ‘ดิสคัฟเวอรี่แมน’ สัญลักษณ์ของสยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่ ตัวแทนนำทุกคนเข้ามาร่วมค้นหาและทดลอง ซึ่งพิเศษมากๆ เพราะมีนักออกแบบชาวไทยและต่างประเทศชื่อดังระดับโลกมาร่วมกันแต่งแต้มสีสัน ดิสคัฟเวอรี่แมน ในแบบคอลลาบอเรชั่น 25 ตัว

ชั้น M – His Lab: ตอบโจทย์ทุกความต้องการของสุภาพบุรุษ

Social Discovery

My Social Discovery

ชั้นนี้เราชื่นชอบเป็นพิเศษ นอกจากตอบโจทย์คุณผู้ชายแล้วยังตอบโจทย์คนชอบอะไรล้ำๆ อีกด้วย กับโซน Social Discovery ซึ่งได้ทีมนักออกแบบและครีเอทีฟระดับโลก Black Egg ทีมนักออกแบบชื่อดังจากนิวยอร์ก นำคอนเซปต์ Storytelling มาผสมผสานกับดิจิตอลเทคโนโลยี ในธีม ‘When Obsession Becomes Identity’ ด้วยแรงบันดาลใจจากความคลั่งไคล้ตัวตนของคนรุ่นใหม่บนโลกโซเชียล มาสร้างสรรค์เป็นนิทรรศการแบบอินเตอร์แอกทีฟสุดล้ำ กับ My Social Discovery ผลงานศิลปะจัดวางในรูปแบบอินเตอร์แอกทีฟ ที่นำรูปภาพทั้งในอดีตและปัจจุบัน จากอินสตาแกรมของผู้เข้าชมมาเรียงร้อยจัดแสดงไทม์ไลน์ชีวิตบนจอภาพนับร้อยจอ

ชั้น 1 – Street Lab: สินค้าแนวสตรีทแฟชั่นที่คัดสรรมาอย่างดี

Storytelling Area1 Design Select “ Run for Another Life”

สาวกสตรีทต้องโปรดปรานกับชั้นนี้ เท่านั้นยังไม่พอเพราะที่นี่มีอะไรสนุกๆ ให้ได้ทดลองอีกด้วย กับ Storytelling Area1 Design Select “Run for Another Life” ประสบการณ์แห่งการออกกำลังกาย กับรองเท้าที่เหมาะกับตัวตนที่บ่งบอกถึงสไตล์ของตนเอง เพื่อร่วมเปลี่ยนพลังแห่งการวิ่งเป็นพลังแห่งการพัฒนา ด้วยการวิ่งทุก 500 เมตร เท่ากับร่วมบริจาค 10 บาท เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้สวนลุมพินี ปอดของคนกรุง
ชั้น 2 – Digital Lab: สินค้าที่เข้าถึงใจคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิตอล

ร้านลอฟท์ (Loft) โฉมใหม่

ขี่มอเตอร์ไซค์ Simulator ไปทุกซอกทุกมุมในสยามดิสคัฟเวอรี่

นอกจากได้ร่วมสนุกกับสินค้าที่เอาใจคนรุ่นใหม่แล้ว พบกับครั้งแรกในโลก–ร้านลอฟท์ (Loft) โฉมใหม่ กับคอนเซปต์การออกแบบใหม่ล่าสุด และพบกับ Community ใจกลางเมืองครั้งแรก สำหรับคนรักการขับขี่มอเตอร์ไซค์ พิเศษสุดๆ ให้คุณได้ทดลองกับประสบการณ์ครั้งแรก การขี่มอเตอร์ไซค์ Simulator ไปทุกซอกทุกมุมในสยามดิสคัฟเวอรี่แห่งนี้ บอกเลยว่าสนุกตื่นเต้นเร้าใจเพราะเราลองมาแล้ว

ชั้น 3 – Creative Lab: มอบแรงบันดาลใจและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

Creative Lab

ชั้นนี้โดดเด่นตรงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยคุณซื้อ Eco Gift Set และนั่งประดิษฐ์เป็นชิ้นสวยงาม คุณสามารถนำ Eco Gift Set กลับบ้านได้ โดยรายได้นำไปร่วมสมทบทุนการปลูกป่ากับมูลนิธิประเทศสีเขียว
ชั้น 4 – Play Lab: มิติใหม่ของความสนุกสนาน และสังคมของคนที่มีไลฟ์สไตล์แบบเดียวกันมาแลกเปลี่ยนและแชร์ประสบการณ์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

A Million Montage of You

นอกจากจะมีสินค้ามากมายเอาใจขาช็อปแล้ว ชั้นนี้คุณจะได้พบกับ A Million Montage of You โฟโต้โมเสก ที่ประกอบภาพจากการถ่ายเซลฟี่เนรมิตเป็นพิกเซลเล็กๆ ฉายบนจอแอลอีดีขนาดยักษ์ เพียงถ่ายภาพเซลฟี่ผ่านโทรศัพท์มือถือภายในโฟโต้บูธที่ติดตั้งในพื้นที่นิทรรศการแล้วเชื่อมต่อกับอินสตาแกรมของคุณเข้ากับจอภาพขนาดยักษ์มันจะมาฉายบนจอขนาดใหญ่บริเวณชั้น 4 เก๋ๆ ชิคๆ ไปอีก

ชั้น 5 – 6 มีไฮไลต์สำคัญ คือ Virgin Active

Virgin Active

พบกับฟิตเนสคลับระดับโลก บอกเลยได้ทั้งสุขภาพและความสนุกแบบสุดๆ อย่างแน่นอน ไม่เชื่อมาลอง

ซูมกันทุกชั้นชัดๆ แบบนี้แล้ว วันหยุดแบบนี้อย่ารอช้า บึ่งรถไปสยามดิสคัฟเวอรี่โฉมใหม่กันเลยจ้าพ่อแม่พี่น้อง!

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูดีกล้ามแน่น แบบ “อาร์ต พศุตม์”

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูดีกล้ามแน่น แบบ “อาร์ต พศุตม์”

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูดีกล้ามแน่น แบบ “อาร์ต พศุตม์”

วันดีคืนดี มีโอกาสได้ไปเยือนเกาะสมุย สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของชาวต่างชาติ ในงาน Fortuner TRD Sportivo Exclusive Press Trip ต้องบอกไว้เลยว่าทริปนี้พาไปทดสอบสมรรถนะของรถล้วนๆ ซึ่งก็เป็นไปตามมาตรฐานของค่ายรถชื่อดัง หลังจากคุยเรื่องรถเสร็จเหมือนสวรรค์เป็นใจที่ทำให้เราได้มาเจอหนุ่มหล่อ “” แขกรับเชิญคนพิเศษของงาน

ทางทีมงานของเราไม่รอช้า ติดต่อขอสัมภาษณ์ทันที เพราะตอนนี้ความฮอตฮิตของเจ้าตัวนั้นกำลังมาแรง โดยเฉพาะเรื่องรูปร่างที่ทำให้สาวๆ หลงใหล หรือแม้แต่หนุ่มๆ ด้วยกัน ก็ยังอยากจะรู้ถึงวิธีการดูแลตัวเองของพระเอกหนุ่มคนนี้ และแน่นอนว่าหนุ่ม อาร์ต ยินดีจะบอกเคล็ดลับง่ายๆ ให้ฟัง รับรองว่าทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้แน่นอน

อาร์ตเล่าว่า “การดูแลรูปร่างของผมจะแบ่งออกเป็นไฮซีซั่น กับ โลว์ซีซั่น คือช่วงไฮก็จะฟิกหน่อย ค่อนข้างซีเรียสเลย อาหารที่ทานจะเป็นพวกไขมันน้อย เกือบทุกมื้อ แต่ในตอนเช้าจะเป็นมื้อที่ปล่อยที่สุด จะทานอะไรก็ได้ แต่พอกลางวันและตอนเย็นจะเป็นอาหารคลีน มีผัก มีเนื้อสัตว์บ้าง และมีเวย์โปรตีนเข้ามาแจม ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ต่อ 1เคยฟิตจัดๆ ก็จะออกต่อเนื่อง 3 วัน หยุด 1 วัน หรือถ้าคิดเป็นสัปดาห์ ก็จะออกกำลังกาย 6 วัน แต่ถ้าเป็นโลว์ซีซั่นก็จะเป็น อาทิตย์หนึ่ง ออกกำลังกาย 3 วัน อาหารกินอะไรก็ได้ เพราะอาชีพของเราไม่ใช่นักเพาะกาย เราเป็นนักแสดง เราไม่สามารถทำให้กล้ามเราเยอะขนาดนั้น แต่จริงๆ แล้วก็ฟิกได้นะ แต่หน้าเราจะโทรม เคยลองมาแล้ว และเราก็หาจุดกึ่งกลางระหว่างนักเพาะกายกับนักแสดง เลยคิดว่าน้ำหนัก 78-79 น่าจะพอดีแล้ว

ส่วนเรื่องการดูแลผิวหน้า โดยปกติแล้วจะเป็นคนชอบล้างหน้า ชอบทาครีม แต่ด้วยขั้นตอนของผมอาจจะไม่เหมือนใครเค้าเวลาที่แต่งหน้า เพราะเราแต่งหน้าทุกวัน เลยจะล้างหน้าก่อนนอนประมาณ 2 ครั้ง ล้างเครื่องสำอางทิ้งให้หมด ถ้าวันไหนรู้สึกว่าไม่สะอาดก็จะทำสองรอบ ถ้าวันไหนขยันก็จะมีการสคลับเปิดรูขุมขน แล้วทาครีม บางวัน ถ้าอยู่บ้าน สมมุติตื่น 8 โมง บ่ายสองจะเริ่มล้างหน้าอีกครั้งแล้วทาครีมปกติ ครับ

เห็นแบบนี้แล้วก็อย่าช้า รีบนำเคล็ด (ไม่)ลับ ไปลองปฏิบัติกันโดยด่วน

14 หนุ่มผู้เปลี่ยนแปลงรูปร่างได้อย่างน่าทึ่ง

14 หนุ่มผู้เปลี่ยนแปลงรูปร่างได้อย่างน่าทึ่ง

14 หนุ่มผู้เปลี่ยนแปลงรูปร่างได้อย่างน่าทึ่ง

การลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองจากคนอ้วนลงพุง ให้กลายเป็นหนุ่มหุ่นสุดแซ่บ ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับหลาย ๆ คน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากใครที่เริ่มมีความคิด แต่ยังขาดแรงบันดาลใจ ลองมาดูวิธีการของ 14 หนุ่ม เหล่านี้ ว่าพวกเขาทำสำเร็จกันได้อย่างไร

14. 6 ปี กับการเปลี่ยนแปลงอย่างเหลือเชื่อ

เมื่อปี 2009 ชายหนุ่มผู้นี้ คิดเขาจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าเดิมให้ได้ ในตอนนั้น เขามีน้ำหนักมากถึง 350 ปอนด์ มีปัญหาความดัน และรู้สึกอึดอัด แน่นหน้าอก วันหนึ่งเขาตัดสินใจว่าจะไม่ยอมอยู่ในสภาพนี้อีกแล้ว จะต้องเปลี่ยนตัวให้ดีขึ้น เขาออกวิ่ง งดการรับประทานลูกอมขนมหวาน และน้ำอัดลม หนึ่งปีหลังจากนั้น นำหนักเขาลงมาเหลือเพียง 135 ปอนด์ การที่น้ำหนักลดลงมาก ทำให้ผิวหนังบริเวณรอบเอวหย่อนยาน แม้จะออกกำลังกายอย่างหนักก็ยังกำจัดมันออกไปไม่ได้ ในที่สุด เขาตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งแม้มันจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้รอบเอว แต่แน่นอนว่า ชีวิตโดยรวมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมาก

13. 4 คู่รัก ที่พร้อมใจกันลดน้ำหนัก

ฝ่ายชายเคยมีน้ำหนักมากถึง 325 ปอนด์ หมอบอกกับเขาว่า เขาจะอายุสั้นลงอีก 20 ปี หากไม่หันมาใส่ใจกับการควบคุมน้ำหนัก ดังนั้น เขาตั้งใจจริงที่จะเปลี่ยนชีวิต ด้วยการออกกำลังกายอย่างหนัก 5 วันต่อสัปดาห์ ร่วมกับการควบคุมอาหาร โดยเลือกเฉพาะ เนือสัตว์ไร้หนัง ไร้ไขมัน ส่วนมากจะเป็นเนื้อไก่ ผักสดผลไม้ จำกัดปริมาณแคลอรี่ต่อวัน ปัจจับัน น้ำหนักของเขาอยู่ที่ 225 ปอนด์ ซึ่งเขาเคยลดลงถึง 195 ปอนด์ด้วยซ้ำ ส่วนภรรยาไม่เพียงให้กำลังใจ แต่เธอยังเลือกที่จะรับประทานอาหารมังสะวิรัต และออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักด้วยกัน จากน้ำหนักกว่า 165 ปอนด์ ก็ลงมาเหลือเพียง 120 ปอนด์ ทั้งคู่บอกว่า ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี และมีความสุข

12. จากคนอ้วน สู่หุ่นบางร่างฟิต

 

ชายหนุ่มวัย 30 ปี ผู้นี้ เคยมีน้ำหนักเกิน และร่างกายไม่ฟิต เขาเลือกลดด้วยการควบคุมบริมาณอาหารคาร์โบไฮเดรต ร่วมกับการเข้ายิมออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ผลที่ได้คือ น้ำหนักลดจาก 182 ปอนด์ ลงมาเหลือ 150 ปอนด์ นอกจากนี้ ยังมีกล้ามท้องฟิตเปรี๊ยะ ภายในเวลา 4 ปี

11. 71 ปอนด์ หายไปใน 8 เดือน

หลังจากที่เห็นความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ของหลาย ๆ คน ทางสื่อออนไลน์ เขาตัดสินใจว่า เขาจะต้องทำให้ได้บ้าง วิธีการก็คือ ควบคุมปริมาณแคลอรี่ จากอาหารที่จะรับประทานเข้าไปในแต่ละวัน ร่วมกับการเดิน และวิ่ง เป็นเวลา 45 นาที ทุกวัน ในเวลาไม่ถึงปี น้ำหนักของเขาลดลงถึง 71 ปอนด์ นั่นถือว่าน่าประทับใจมาก หลังจากนี้ เขายังมีแผนที่จะลดน้ำหนัก ลงอีกอย่างช้า ๆ และปรับร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง

10. ลดน้ำหนัก ด้วยการดื่มน้ำวันละ 1 แกลลอน

การดื่มน้ำในปริมาณมาก ๆ มากกว่าที่คิดว่าแค่จำเป็น 5 วันต่อสัปดาห์ คือวิธีลดน้ำหนักของหนุ่มคนนี้ นอกจากนั้นเขา ยังต้องควบคุมอาหารร่วมด้วย นับตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบัน น้ำหนักลดลงมาได้มากถึง 70 ปอนด์

9. ออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อชัยชนะ

อีกหนึ่งหนุ่ม ผู้ใช้เทนนิคการควบคุมอาหาร ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างหนัก ถึงสัปหาด์ละ 6 วัน ในเวลา 1 ปีกว่า ๆ เขาได้รูปร่างอย่างที่เห็น การออกกำลังกายที่ว่าหนักนั้น คือการยกน้ำหนัก และเล่นอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ

8. ควบคุมอาหารและออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ

แนวคิดของเขาคือ การออกกำลังกาย ไม่ใช่การแข่งขัน ดังนั้นอย่าให้รายการแข่งขันลดน้ำหนักทางทีวีใด ๆ มาใช้เราเป็นเครื่องมือได้ การลดน้ำหนักต้องควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่ดี เขาลดน้ำหนักได้กว่า 100 ปอนด์ ในเวลา 18 เดือน ด้วยการควบคุมอาหาร และออกกำลังกายในแนวคาดิโอ ซึ่งการออกำลังกายในแนวนี้ เน้นที่การทำให้หัวใจเต็นเร็วขึ้น หายใจเร็วขึ้น จนร่างหายเหนื่อยหอบ อาจจะเป็นการวิ่ง เดินเร็ว ขี่จักรยาน หรือเต็นแอโรบิคก็ได้ แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเขาจัดตารางการออกกำลังกายนี้ ให้เป็นกิจกรรม ที่ต้องทำในทุก ๆ วัน

7. การนับแคลอรี่

เด็กหนุ่มคนนี้ เคยเอาแต่นั่งเล่นเกม และกินขนมขบเคี้ยว เมื่อได้ตัดสินใจลดน้ำหนักเพื่อเปลี่ยนชีวิตตัวเอง เขาได้เลือกวิธีการลดน้ำหนักโดยปรึกษามืออาชีพ ซึ่งแนะนำให้ลด ด้วยการดูสิ่งที่รับประทานเข้าไป เขาบอกว่า การนับปริมาณแคลอรี่ เป็นวิธีที่ดี เราสามารถจะรับประทานอะไรก็ได้ แต่ต้องเข้มงวดต่อปริมาณแคลอรี่ในแต่ละวัน จึงจะทำให้การลดน้ำหนักได้ผล
6. จากผอมเก้งก้าง กลายเป็นฟิตแอนด์เฟิร์ม

การเปลี่ยนแปลงรูปร่างนั้น ไม่ใช่แค่การลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียว ผู้ชายหลาย ๆ คนที่มีรูปร่างผอมบาง ก็หันมาเปลี่ยนตัวเองให้เป็นหนุ่มล่ำกล้ามใหญ่ จากวิธีการลดแคลอรี่ ก็กลายมาเป็นเพิ่ม เขาต้องรับประทานอาหารเพิ่ม 3000 แคลอรี่ต่อวัน และสร้างกล้ามเนื้อด้วยการจัดตารางการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการยกน้ำหนัก ในเวลา 3 ปี น้ำหนัก 175 ขยับขึ้นมาเป็นกว่า 200 ปอนด์ และได้รูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์ม อย่างที่เห็น

5. ทำเพราะรัก ความรัก

นับเป็นแรงบันดาลใจที่ดีมาก และส่งผลให้ทำได้สำเร็จได้ไม่ยาก เขาเริ่มกระบวนการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง เมื่อเขาตกหลุมรักสาวคนหนึ่ง เขาเล่าว่า เพื่อให้เธอหันมาสนใจเขา เขาต้องลดน้ำหนัก อีกทั้งได้ยินมาว่า สาว ๆ เขามักจะให้ความสนใจกับเรื่องการลดน้ำหนักและประทับใจในคนที่ทำได้สำเร็จ เขาเลิกรับประทานอาหารขยะ หรือ Junk food ทั้งหลายแหล่ ออกกำลังกายด้วยวิธีคาร์ดิโออย่างต่อเนื่อง วันละประมาณ 20-30 นาที จากร่างอ้วนใหญ่ กลายมาเป็นหุ่นฟิต ในน้ำหนัก 189 ปอนด์

4. ทำเพื่อตัวเอง

แทนที่จะลดเพื่อพิชิตใจสาว เขาบอกว่า เขาทำสิ่งนี้เพื่อตัวเอง หลังจากที่รู้สึกว่า เขาไม่แข็งแรงพอทีจะไปปีนเขาได้ มันถึงเวลาที่ต้องเข้ายิมแล้ว เขาเลือกออกกำลังกายด้วยวิธี คาร์ดิโอ วันละ 1 ชั่วโมงทุกวัน จากนั้น ก็ยกน้ำหนัก ร่วมกับการเลือกรับประทานอาหาร เขาเลิกเข้าร้านอาหารร้านโปรดอย่าง Subway ไปเลย อาหารเช้าเลือก รับประทานไข่ขาว มะเขือเทศ และผักโขม มือเย็น ส่วนมากจะเป็นเนื่อไก่ ผัก ข้าวไม่ขัดสี หรืออาหารแคลอรี่ต่ำ ที่มักจะใส่ตู้เย็นไว้

3. ชวนเพื่อนมาเป็นกลุ่ม

ชายผู้นี้บอกว่า เขามีกลุ่มเพื่อน ที่มาออกกำลังกายด้วยกัน ทำให้รู้สึกสนุกไปด้วยกัน นำหนักเขาลดลงได้ถึง 70 ปอนด์ สำหรับอาหาร ก็เลือกรับประทานอาหารสำหรับการลดน้ำหนัก พวกไก่ ผัก และข้าว เขาบอกว่า น้ำหนักแต่ละปอนด์ หายไปได้ไม่ยากเลย

2. รับคำแนะนำเรื่องอาหารอย่างเข้มงวดจากผู้เชี่ยวชาญ

จากรอบเอว 36 นิ้ว ลดลงเหลือ 30 นิ้ว เขาใช้วิธีการจำกัดปริมาณแคลอรี่ ที่ร่างกายควรจะได้รับในแต่ละวัน ออกกำลังกายที่ยิม 6 วันต่อสัปดาห์ ตอนนี้ เขาไม่รู้สึกอึดอัดกับการใส่เสือเชิ้ต Slim Fit อีกแล้ว

1. ลดด้วยการเข้าร่วมการแข่งขัน

ชายผู้นี้เล่าว่า เขาใช้เวลา 2 ปี ในการจัดการกับรูปร่างตุ้ยนุ้ย และเลือกใช้วิธีการเข้าร่วมการแข่งขันต่าง ๆ ที่มีการจัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การวิ่งมาราธอน การแข่งขันแนวโหด ๆ อย่างวิ่งวิบาก หรือการวิ่งผลัด เมื่อมีการจัดกิจกรรมเหล่านี้ เขาจะจัดสรรเวลา และเข้าร่วมทันทีที่สามารถทได้ นับว่าเป็นการสร้างแรงจูงใจที่ดีมาก ในการปรับเปลี่ยนรูปร่าง นอกจากนั้น เขาออกกำลังกายเพื่อกล้ามเนื้อเพิ่ม และเน้นการรับประทานอาหารจำพวกโปรตีนร่วมด้วย

รับสร้างบ้านขอนแก่น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย Modern-DE

รับสร้างบ้านขอนแก่น ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย Modern-DE

บริษัท โมเดิร์นดี รับสร้างบ้านขอนแก่น สร้างความแตกต่างที่เป็นคุณ “MAKE IT DIFFERENT” จากประสบการณ์ กว่า 20 ปี เราให้บริการ ตั้งแต่งานออกแบบ, ก่อสร้าง, ตกแต่งภายใน ทั้ง รับสร้างบ้านขอนแก่น และโซนภาคอีสาน โดยทีมงานที่มีความชำนาญเฉพาะทาง ซึ่งการบริการรับสร้างบ้านของเราดำเนินนโยบาย ภายใต้แนวคิด “THE DIFFERENT 4”

DIFFERENT DESIGN
แตกต่างด้วยการออกแบบตามความต้องการของลูกค้าด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับลูกค้าสูงสุดและการออกแบบ ที่ลูกค้าสามารถเห็นภาพ ได้ในทุกมุมมอง ก่อนสร้างจริง

DIFFERENT SPECIFICATION
แตกต่างด้วย วัสดุ ที่มีคุณภาพอันดับ 1 ในตลาดรับสร้างบ้านในปัจจุบันหลากหลายวัสดุได้รับการเลือกสรรมาเพื่อให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า

DIFFERENT SERVICE
แตกต่างด้วยการบริการที่เหนือระดับ ตั้งแต่การออกแบบ, ก่อสร้าง, ตกแต่งภายในรวมถึงการบริการหลังการขาย

DIFFERENT QUALITY
แตกต่างด้วยระบบการควบคุมมาตรฐานการก่อสร้างระดับสูงพร้อมการตรวจเช็คมาตรฐานกว่า 500 ขั้นตอนจากทีมผู้บริหาร, ทีมสถาปนิก, ทีมวิศวกร และทีมควบคุมคุณภาพ (QC) ที่มากด้วยประสบการณ์

จากประสบการณ์และนโยบายของบริษัทจึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าบ้านทุกหลังที่ผ่านการออกแบบและก่อสร้างจากทางบริษัท จะแตกต่างด้วยคุณภาพ และใช้ประโยชน์ได้สูงสุดจากภายใน สู่รูปแบบภายนอกที่สวยงามร่วมสมัย

 

เว็บไซต์

http://www.modern-de.com/รับสร้างบ้านขอนแก่น/