ไทย,ยังร้อนจัด,กทม.,ตั้งแต่เที่ยง,มีฝนร้อยละ10

ไทยยังร้อนจัดกทม.ตั้งแต่เที่ยงมีฝนร้อยละ10

ไทยยังร้อนจัดกทม.ตั้งแต่เที่ยงมีฝนร้อยละ10

อุตุฯ เตือน ไทยยังร้อนจัด ฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ กรุงเทพฯ ตั้งแต่ 12.00 น. เป็นต้นไป มีฝนร้อยละ 10

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนบริเวณประเทศไทย มีอากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางพื้นที่ บริเวณ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม นครราชสีมา และ ชัยภูมิ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และด้านตะวันออกของภาคเหนือ กับลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง

ขณะที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่ 12.00 น.เป็นต้นไป อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

เขื่อนลำตะคอง,น้ำเข้าน้อย,อาจลดการจ่ายน้ำ

เขื่อนลำตะคองน้ำเข้าน้อยอาจลดการจ่ายน้ำ

เขื่อนลำตะคองน้ำเข้าน้อยอาจลดการจ่ายน้ำ

เขื่อนลำตะคอง น้ำยังเข้าน้อย อาจปรับลดการจ่ายน้ำออก หลังหลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง

นายสุทธิโรจน์ กองแก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง เปิดเผยว่า ภายหลังจากในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ทำให้ในหลายพื้นที่มีปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แหล่งน้ำพื้นที่ท้ายเขื่อน และพื้นที่เกษตรกรรับน้ำฝนเข้าเติมในทุกพื้นที่ ขณะที่เขื่อนลำตะคอง ปริมาณน้ำที่ไหลเขื่อน ยังถือได้ว่า มีปริมาณน้อยประมาณ 1-2 หมื่นลูกบาศก์เมตร สาเหตุที่ทำให้มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนในปริมาณที่น้อย เนื่องจากฝนตกในพื้นที่ท้ายเขื่อน อีกทั้งปริมาณฝนตกในพื้นที่เหนือเขื่อนมีปริมาณน้อย ดังนั้นทำให้เมื่อตกลงมาสู่ผืนดินที่ไม่มีการอุ้มน้ำ ทำให้ผืนดินดูดซึมน้ำไปหมด จึงทำให้ปริมาณน้ำนั้น ไม่สามารถเป็นน้ำท่าที่จะไหลเข้าเขื่อนได้ แต่อย่างไรก็ตามหากในช่วง 2-3 วันนี้ ในพื้นที่เหนือเขื่อน ยังคงมีปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การภายในเขื่อนลำตะคอง ล่าสุดมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 52 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 18 เปอร์เซ็นต์ จากความจุกักเก็บ 314.49 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ ทางเขื่อนลำตะคอง ยังคงจัดส่งปริมาณน้ำออกจากเขื่อน ไปยังโรงผลิตประปาในพื้นท้ายเขื่อนกว่า 100 แห่ง เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 432,000 ลูกบาศก์เมตร แต่อย่างไรก็ตาม อาจมีการปรับลดในการจ่ายน้ำออกจากเขื่อนหากพบว่าตามแหล่งน้ำต่าง ๆ ในพื้นที่ท้ายเขื่อนมีปริมาณมากจากฝนที่ตกลงมา เพื่อเป็นการรักษาปริมาณน้ำต้นทุนภายในเขื่อน

กสม.,จัดเสวนา,ยังมีผู้หญิง,ถูกละเมิดฯ

กสม.จัดเสวนายังมีผู้หญิงถูกละเมิดฯ

กสม.จัดเสวนายังมีผู้หญิงถูกละเมิดฯ

กสม. จัดเสวนา ยังมีผู้หญิงถูกละเมิดฯ พร้อมเสนอแนะในการตรวจสอบ เพื่อแก้ไขปัญหา

เครือข่ายองค์กรด้านสิทธิผู้หญิงและความเป็นธรรมทางสังคม ร่วมกับคณะอนุกรรมการด้านสิทธิสตรี กรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดการเสวนาเรื่อง “เจ้าสู่ปีที่ 6 ข้อกำหนดกรุงเทพฯ : ยังมีผู้หญิงถูกละเมิดสิทธิเพียง
ก้าวแรกที่เดินเข้าแดนแรกรับ” ที่ห้องประชุมชั้น 7 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยมี
คุณอังคณา นีละไพจิตร ประธานอนุกรรมการด้านสิทธิสตรี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานเปิด
การเสวนา ทั้งนี้ จะมีการเสนอรายงานสรุปข้อร้องเรียน “การตรวจสอบและข้อเสนอแนะ” ของอนุกรรมการสิทธิสตรี พร้อมทั้ง ภาคข้อเท็จจริงจากผู้ประสบเหตุการณ์ และภาคให้ความเห็นและข้อเสนอในการแก้ไขปัญหา โดย
รศ.ดร.นภาภรณ์ หะวานนท์ นักวิชาการอิสระ คุณชาติชาย สุทธิกลม กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และอธิบดี
กรมราชทัณฑ์ คุณสุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ ผศ.ดร.สุชาดา ทวีสิทธ์ นายกสมาคม
เพศวิถีศึกษา โดยจะมีการเปิดให้ผู้เข้าร่วมเสวนาอภิปรายร่วมกันในช่วงท้าย

‘ประยุทธ์’, หวั่นชาวบ้าน,ตกเป็นเครื่องมือ,หลอกถือป้าย, ‘NO ไม่รับ’

'ประยุทธ์' หวั่นชาวบ้านตกเป็นเครื่องมือ หลอกถือป้าย 'NO ไม่รับ'

‘ประยุทธ์’ หวั่นชาวบ้านตกเป็นเครื่องมือ หลอกถือป้าย ‘NO ไม่รับ’

นายกรัฐมนตรีเห็นใจประชาชนเป็นเหยื่อนักการเมือง กรณีหลอกชาวบ้านถือป้ายข้อความ ” NO ไม่รับ” ที่พิษณุโลก หลังพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่อ้างตรวจสอบทุจริต ฝากคนไทยพิจารณา คนเช่นนี้หรือที่ควรจะให้เป็นผู้บริหารบ้านเมือง

พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณี ประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ อ.วัดโบสถ์ จ. พิษณุโลก ออกมาร้องเรียนว่า ถูกนักการเมืองพรรคใหญ่หลอกให้ถือป้ายผ้าข้อความ ” NO ไม่รับ” ว่า

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รู้สึกเห็นใจพี่น้องประชาชนทุกคนที่ตกเป็นเหยื่อนักการเมืองฉ้อฉล หลอกใช้ประชาชนทำสิ่งที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ถือเป็นการกระทำของที่คนมีใจคิดร้าย อาศัยความเกรงอกเกรงใจของพี่น้องประชาชน เพื่อตนเองจะได้นำเหตุการณ์นี้ไปขยายผลเป็นประโยชน์ทางการเมืองต่อไป

“ป้ายผ้าดังกล่าว แกนนำพรรคการเมืองเป็นผู้จัดทำมา ซึ่งข้อความที่ปรากฏอาจถูกตีความว่า ประชาชนต่อต้านโครงการขุดลอกบึงหนองพล ทั้งที่ความจริงพี่น้องประชาชนเป็นผู้เรียกร้องให้เกิดโครงการนี้และต้องการให้ดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็ว อีกทั้งป้ายดังกล่าวอาจตีความไปในอีกทางได้ว่ามีเจตนาฝ่าฝืน พรบ.การลงประชามติ ซึ่งมีโทษสถานหนัก

หากประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อถูกลงโทษจริง นักการเมืองเจ้าเล่ห์เหล่านี้ก็จะฉวยโอกาสเอาไปขยายข่าวต่ออีกว่ารัฐบาลใช้อำนาจรังแกพี่น้องประชาชน ทั้งที่นักการเมืองคือผู้จัดฉาก ขุดบ่อล่อปลา ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ ซึ่งกลุ่มนักการเมืองพรรคนี้ มีพฤติกรรมกลับดำเป็นขาว กลับขาวเป็นดำเช่นนี้มาโดยตลอด ถือเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ และไร้ซึ่งเกียรติ

ท่านนายกฯ ฝากพี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านได้พิจารณาว่า ควรหรือที่จะให้นักการเมือง และพรรคการเมือง ที่หลอกลวงได้แม้กระทั่งพี่น้องประชาชน ได้กลับมาเป็นผู้แทน หรือผู้บริหารบ้านเมืองอีก”

พลตรีสรรเสริญ กล่าวต่อว่า กรณีที่มีนักการเมืองออกมาให้ข้อมูล ในทำนองทหารในพื้นที่เรียกประชาชนที่ถือป้ายมาปรับทัศนคตินั้น ถือเป็นการปั้นน้ำเป็นตัวบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะทหารมิได้มีการเชิญพี่น้องประชาชนกลุ่มดังกล่าวมาพบแต่อย่างใด เป็นพี่น้องประชาชนเองที่ต้องการมาพบทหารเพื่อร้องเรียนว่าตนถูกหลอกลวง และไม่ได้มีส่วนรู้เห็นหรือตั้งใจกระทำตามที่ นักการเมืองออกมาให้ข่าว

“สำหรับโครงการขุดลอกบึงหนองพล เป็นโครงการที่ประชาชนในพื้นที่ร้องขอมายังรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ และรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณให้ แต่ผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานได้เสร็จตามกำหนดก็ต้องถูกปรับเป็นรายวันทุกวัน และจะได้รับเงินต่อเมื่อดำเนินโครงการจนแล้วเสร็จเท่านั้น

หากหน่วยงานหรือองค์กรใดเห็นว่า การดำเนินงานมีความบกพร่องก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลก็ยินดีมากที่จะช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อให้งานเดินหน้าได้เร็วที่สุด

แต่ไม่ควรอาศัยสถานการณ์นี้ก่อกวน จนทำให้การขุดลอกช้าออกไป เพราะจะทำให้ประชาชนได้ใช้น้ำช้าลงไปอีก ขอให้เห็นใจประชาชน อย่าหวังแต่ผลประโยชน์ทางการเมือง”

นครพนม,เร่งช่วยผู้ประสบภัย,พายุฤดูร้อน

นครพนมเร่งช่วยผู้ประสบภัยพายุฤดูร้อน

นครพนมเร่งช่วยผู้ประสบภัยพายุฤดูร้อน

หลายหน่วยงานใน จ.นครพนม เร่งลงพื้นที่เยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน

เกิดพายุฤดูร้อนและลมกรรโชกแรงอย่างต่อเนื่องใน อ.ธาตุพนม โดยเฉพาะในเขตเทศบาลพายุได้พัดบ้านเรือนและป้ายโฆษณาเสียหายหลายแห่ง ส่วนที่ อ.เรณูนคร ก็เจอพายุฤดูร้อนหลายจุดกัน ล่าสุด นางปัทมา วิทย์ดำรงค์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม พร้อมสมาชิกเหล่ากาชาด และนายอำเภอนาแก ได้เดินทางไปมอบถุงยังชีพ แก่ชาวบ้านคำพี้ อ.นาแก ที่โดนพายุฤดูพัด

ขณะที่ อ.โพนสวรรค์ นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ นายอำเภอโพนสวรรค์ ได้นำกำลังอาสาสมัครออกไปช่วยชาวบ้านมุงหลังคา ด้านนายเสกสันต์ ไชยบูลย์ เจ้าพนักงานอุตุนิยมวิทยานครพนม ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง

บุกทลาย,บ่อนหนองคาย,พบจ่ายส่วย,จึงกล้าเปิด

บุกทลายบ่อนหนองคายพบจ่ายส่วยจึงกล้าเปิด

บุกทลายบ่อนหนองคายพบจ่ายส่วยจึงกล้าเปิด

ทหารสนธิกำลังฝ่ายปกครอง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ทลายบ่อนไพ่รวบ 8 ผู้ต้องหา เจ้าของ เผย จ่ายส่วยให้ตำรวจจึงกล้าเปิด

เจ้าหน้าที่ทหารจังหวัดหนองคาย – ฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาประกอบด้วย 1.นางพวงพะยอม อายุ 44 ปี 2.นางคำพันธ์ อายุ 44 ปี 3.นางทองม้วน อายุ 60 ปี 4.นายสมชาย 44 ปี 5.นางสาวกนกนุช อายุ 41 ปี 6.นางจารุวรรณ อายุ 35 ปี 7.นางยุพิน 8.นางสาวเจนจิรา อายุ 56 ปี พร้อมของกลางไพ่ 11 สำรับ เงินสด 680 บาท และแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันลักลอบเล่นการพนันไพ่ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มกับ นางจารุวรรณ คือเป็นเจ้าบ้านเปิดให้มีการลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย สำหรับการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดหนองคาย นำโดย ร.อ.อนุชา ศรีอำไพวราภรณ์ หัวหน้า ชป.พท.ร.13 พัน 1 สืบทราบว่าในพื้นที่ตำบลหนองนาง อำเภอท่าบ่อ มีการลักลอบเปิด
บ่อนการพนัน จึงได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ ฉก.ตชด.24 ฝ่ายปกครองอำเภอท่าบ่อ นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมที่บ้านเลขที่ 193 หมู่ 1 ต.หนองนาง ซึ่งเป็นบ้านของ นางจารุวรรณ และจับกุมนักพนันได้ทั้งหมด 8 ราย พร้อมของกลางโดยผู้ต้องหาทุกคนได้ให้การรับสารภาพ ด้าน นางจารุวรรณ ได้เล่าให้สื่อมวลชน พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง ฟังว่า ที่กล้าเปิดบ่อนไพ่นั้น เนื่องจากตนได้จ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่งแต่สุดท้ายก็ต้องมาโดนจับ

พธม.,ค้านชงกม.,ปรองดอง,เสรี,ยันช่วยเหลือทุกฝ่าย

พธม.ค้านชงกม.ปรองดอง-เสรียันช่วยเหลือทุกฝ่าย

พธม.ค้านชงกม.ปรองดอง-เสรียันช่วยเหลือทุกฝ่าย

กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เห็นด้วย สปท. เสนอกฎหมายปรองดอง ห่วงช่วยคดี พัชรวาท สลายม็อบปี 51 ทางด้าน ‘เสรี’ ยัน ข้อเสนอ สปท. ช่วยเหลือทุกฝ่าย เพื่อสร้างปรองดองในสังคม

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของ สปท. ที่จะกำหนดแนวทางสร้างความปรองดองและนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดทางการเมือง เพราะมีความเป็นไปได้ว่าจะส่งผลต่อการช่วยเหลือคดีสลายการชุมนุม กลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 โดยมี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และ พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ถูกฟ้องอยู่ในคดีนี้ หลังจากมีความพยายามให้ ป.ป.ช. ดำเนินการถอนฟ้องคดี แต่ยังไม่สำเร็จ

ทั้งนี้ ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อเสนอนี้เป็นการเหวี่ยงแหนิรโทษกรรมให้คนบางคนได้ผลประโยชน์หรือไม่ ทั้งที่กลุ่มการเมืองแต่ละฝ่าย ก็ไม่ต้องการ เนื่องจากแนวคิดนี้ไม่มีการแยกแยะถึงสาเหตุการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองของประชาชน มองแต่ปัญหาปลายเหตุ ซึ่งการที่จะนิรโทษกรรมใคร ควรที่จะมีการถามเจ้าตัวก่อน และการจะปรองดองที่ดีคือปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ใครไม่ผิดก็หาทางเยียวยา

“เสรี” ยัน ข้อเสนอ สปท. ช่วยเหลือทุกฝ่าย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ยอมรับว่า แนวคิดสร้างความปรองดองเพื่อนิรโทษกรรมหรือยกเว้นโทษทางการเมืองในครั้งนี้ ครอบคลุมถึงการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เข้าไปดำเนินการต่าง ๆ ต่อกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ถือเป็นการช่วยเหลือทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความปรองดองในสังคม

ผอ.iLaw,ยื่นผู้ตรวจฯพ.ร.บ.,ประชามติ,ละเมิดสิทธิ,ขัดรธน.

ผอ.iLawยื่นผู้ตรวจฯพ.ร.บ.ประชามติละเมิดสิทธิขัดรธน.

ผอ.iLawยื่นผู้ตรวจฯพ.ร.บ.ประชามติละเมิดสิทธิขัดรธน.

ผอ. iLaw ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ร.บ.ประชามติ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และขัดต่อรัฐธรรมนูญ

นายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) พร้อมด้วยอดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อดีตกรรมการเลือกตั้ง อดีตกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และเครือข่ายองค์การพัฒนาเอกชนต่าง ๆ เดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่าน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีที่เห็นว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 61 วรรคสองและวรรคสี่ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะในวรรคสองบัญญัติถึงการกระทำความผิดโดยใช้ถ้อยคำที่กว้างและคลุมเครือ คือคำว่า รุนแรง ก้าวร้าว และปลุกระดม ทำให้ประชาชนไม่กล้าแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ และมีการกำหนดโทษที่รุนแรงเกินไป จึงเป็นกฎหมายที่บังคับใช้ไม่ได้ ดังนั้น จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเร่งพิจารณาและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว ในมาตรา 61 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ญาญ่า,หลุดปากเรียก, ณเดชน์, ที่รัก ,ได้ยินแล้วฟินเวอร์

ญาญ่า หลุดปากเรียก ณเดชน์ ที่รัก ได้ยินแล้วฟินเวอร์

ญาญ่า หลุดปากเรียก ณเดชน์ ที่รัก ได้ยินแล้วฟินเวอร์

ทำเอาแฟนคลับฟินหนักมาก สำหรับความสนิทของสองพระนางคู่จิ้น “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” และ“ณเดชน์ คูกิมิยะ” เมื่ออยู่ดีๆ นางเอกสายแบ๊วของเราก็เผลอหลุดปากเรียกพี่ชายคนสนิทกลางรายการ“Natcha The Explorer” ว่า “ที่รัก ที่รัก” ซึ่งงานนี้นอกจากจะทำให้แฟนๆ ที่นั่งดูอยู่หน้าจอถึงกับฟินจิกหมอนแล้วนั้น ยังทำให้บรรดาขาเม้าท์อดสงสัยไม่ได้ด้วยว่าทั้งคู่ขยับความสัมพันธ์ไปอีกขั้นแล้วไหมเอ่ย ??

ล่าสุดพอมีโอกาสเจอได้กับสาวญาญ่าในงาน “ลองฌอมป์ แฟล็กชิพ สโตร์” เจ้าตัวก็ได้เผยกับเราว่า สำหรับคำพูดดังกล่าวจริงๆ แล้วเป็นเพียงแค่การพูดแกล้งน้องณัชชาเพื่อให้รายการดูสนุกเท่านั้น แถมที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยเรียกหนุ่มณเดชน์ว่าที่รักมาก่อน พร้อมออกปากเคลียร์สถานะตัวเองไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกาวใจให้สองเพื่อนซี้ “หมาก – คิมเบอร์ลี่” หลังมีข่าวเม้าท์ว่าทั้งคู่กำลังอยู่ในช่วงระหองระแหง…

ล่าสุดในรายการน้องณัชชาเหมือนว่าเราหลุดปากเรียกพี่ณเดชน์ว่าที่รัก ?
“จริงเหรอคะ (หัวเราะ) เราแกล้งกันหรือเปล่าคะ หนูแกล้งน้องเฉยๆ”

แต่หลายคนก็แซวไปแล้วว่าเราเรียกพี่เขาว่าที่รัก ?
“ไม่ค่ะ เรียกว่าพี่ณเดชน์ หรือไม่ก็พี่แบร์ค่ะ”

ไม่ได้มีจังหวะลืมตัวหรือว่าหลุดใช่ไหม ?
“คือถ้าจะลืมตัวจริงๆ ก็คงเรียกแบบว่า ดู๊ด หรือไม่ก็ เฮย์ แมน มากกว่าค่ะ”

ปกติเราเคยเรียกพี่เขาว่าที่รักบ้างไหม ?
“(ยิ้ม) ยินดีค่ะ ยินดีที่ทำให้ฟินค่ะ”

มีข่าวว่าเราช่วยเป็นกาวใจให้หมากกับคิม หลังจากที่เขาสองคนมีข่าวว่ากำลังงอนกัน ?
“ไม่นะคะ จริงๆ หนูก็เป็นเพื่อนกับทั้งสองคนด้วย อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ทะเลาะกัน เขาแค่ไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันเฉยๆ ก็เท่านั้นเอง”

เราทราบไหมว่าเขาสองคนงอนกันจริงหรือเปล่า ?
“หนูไม่รู้ค่ะ เรื่องลึกๆ เราไม่ค่อยถามกัน อีกอย่างหนูเป็นเพื่อนกับทั้งสองคนด้วย ก็เลยไม่ได้อยากถามอะไรว่าเขามีปัญหากันหรือเปล่า แต่ถ้าถามหนูเท่าที่หนูสังเกตดูก็คือเขาก็โอเคนะคะ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน”

แต่เหมือนช่วงสงกรานต์หมากไปญี่ปุ่น ส่วนคิมเขาก็บินตามไปหาเรา คนก็เลยตีความว่างอน ?
“ไม่ได้งอนค่ะ เขาน่าจะแพลนกันไว้แบบนี้ตั้งแต่แรกหรือเปล่า หนูไม่รู้ หนูไม่รู้”

ปกติในกองเขาสวีทกันไหม ?
“เขาก็สวีทกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”

อิจฉาไหมคู่เขาหวานกันขนาดนี้ ?
“อิจฉาค่ะ เขาน่ารักดี (หัวเราะ) คือหนูมองว่าเขาเป็นคู่ที่ค่อนข้างลงตัว เป็นเพื่อนกันก็ได้ จะหวานกันก็ได้ น่ารักดี”

แล้วคู่เราสู้ไม่ได้เหรอ ?
“ไม่ได้เป็นแนวนั้นค่ะ เราเป็นเพื่อนๆ ลุยๆ กันค่ะ”

ปกติพี่ณเดชน์มีมาหาที่กองบ้างไหม ?
“ไม่ต้องมาหาหรอกค่ะ เราถ่ายละครด้วยกันอยู่ เดี๋ยวถ้าเจอกันทุกวันแล้วเบื่อแย่เลยค่ะ (หัวเราะ)”

ก่อนหน้านี้เห็นว่า ติงลี่ ชวนเราไปเล่นหนังด้วย คืบหน้ายังไงบ้าง ?
“เขาก็ส่งเรื่องย่อได้มาให้ดูนะคะ แต่ว่าคือเขาชวนเฉยๆ มากกว่า ยังไม่ได้มีการคุยแบบเป็นเรื่องเป็นราวเลย เหมือนเขาแค่เอ่ยปากชวนเฉยๆ จะได้เล่นหรือเปล่าก็ไม่รู้ เขาจะให้หนูเล่นจริงๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้ค่ะ”

รอยแผลที่โดนแมงกะพรุนตอนนี้เป็นยังไงบ้าง หลายคนยังคนเป็นห่วง ?
“อาการดีขึ้นแล้วนะคะไม่รู้สึกอะไรแล้ว แค่ตัวแผลมันอาจจะหายยากนิดหนึ่ง คุณหมอเองก็บอกว่าต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 ปี ถึงเนื้อมันจะขึ้นมา เพราะแผลมันหายยากมากจริงๆ ตอนนี้ก็ทำทุกอย่างเลยทั้งทายา เลเซอร์ รวมถึงภาวนาให้มันหาย (หัวเราะ) ถามว่าเสียความั่นใจไหม เอ่อ…ตอนแรกๆ โกรธมากเลยนะเวลาคนมองขา แต่ว่าตอนนี้ก็โอเค เนื้อมาเต็มแล้ว ไม่ได้เป็นหลุมอะไร อีกอย่างเครื่องสำอางช่วยได้ด้วยนะ”

หมอนพรัตน์,เปิดใจ,พูดครั้งแรก ,แยกทาง ,หญิงแย้, หลังวิวาห์ 3 เดือน

หมอนพรัตน์ เปิดใจพูดครั้งแรก แยกทาง หญิงแย้ หลังวิวาห์ 3 เดือน

หมอนพรัตน์ เปิดใจพูดครั้งแรก แยกทาง หญิงแย้ หลังวิวาห์ 3 เดือน

จากกรณีข่าวซุบซิบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเซเลปคนดัง “หญิงแย้ นนทพร” กับสามี “หมอนพรัตน์ รัตนวราห์” กระทั่งมีความชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อฝ่ายหญิงออกมายืนยันอย่างไม่เป็นทางการว่า ได้แยกทางกันสามีแล้ว ตั้งแต่ช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมา และได้นัดสื่อมวลชนแถลงข่าวเรื่องนี้ในช่วงบ่ายวันนี้ (10 พ.ค.)

ทางฝ่ายของ หมอนพรัตน์ ล่าสุดก็มีความเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน โดยเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา คุณหมอได้โพสต์ภาพและข้อความชี้แจงแบบละเอียดยิบ ผ่านอินสตาแกรม @dr_nopparat พูดถึงกระแสข่าวการเลิกรากันกับ หญิงแย้ ที่เจ้าตัวบอกว่า รู้สึกตกใจกับข่าวที่ออกมา เพราะข้อมูลคลาดเคลื่อนไปเยอะ ทั้งยังโดนกระแสโจมตีด้วย

“หลังเสร็จจากผ่าตัดวันนี้ รู้สึกตกใจครับ ที่มีข่าวไม่ดีของผมกับแย้กระจายทั่วเน็ต ก่อนอื่นต้องขออภัยครับ ที่ทำให้ทุกท่านให้ผิดหวัง และต้องขอโทษ พี่ๆ สื่อทุกท่านที่ผมไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ เนื่องจากติดเคสผ่าตัดหลายเคสและไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ด้วยครับ

แต่เมื่อได้อ่านย้อนหลัง พบว่าแหล่งข่าวน่าจะมีความคลาดเคลื่อนพอสมควร รู้สึกตกใจมากครับ โดยเฉพาะประเด็นที่มีการบีบบบังคับ ซึ่งความจริงแล้ว ชีวิตทั้งก่อนและหลังแต่งงาน สำหรับผมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยังปฏิบัติต่อแย้ดีเหมือนเดิมทุกประการ ไม่ได้มีการบีบบังคับอะไร มีเพียงขอให้แย้อย่ากลับบ้านดึก สังสรรค์ลดลงบ้าง อย่าโพสต์รูปที่ดูโป๊เกินไป

ซึ่งทั้งนี้ก็เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีและสุขภาพของตัวแย้เอง แย้ไม่ต้องรับผิดชอบงานอะไรในบ้านเลย ผมภูมิใจที่เค้าทำงานนอกบ้าน และถึงแม้แย้จะไม่ค่อยได้ปฏิบัติตามที่ขอเท่าไร แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไรแย้เลย ค่อนข้างให้ความรัก และให้เกียรติและตามใจแย้มากด้วยครับ เชื่อว่าข่าวนี้ไม่ได้มาจากแย้โดยตรงเพราะแย้ย่อมทราบดีว่าความจริงคืออะไร

ตั้งแต่หลังเกิดเหตุ ผมรู้สึกเสียใจมาก กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พยายามหาเหตุผลให้กับตัวเอง และพยายามติดต่อแย้และครอบครัว เพื่อมาปรับความเข้าใจกัน เพราะผมเชื่อว่า คนที่ครองรักกันต้องมีความรัก ความห่วงใยความใส่ใจ อดทนหนักแน่นและให้อภัยกัน

ถึงแม้จะทำผิดอะไร หรือมีช่องว่างมากแค่ไหนก็ตาม ก็ควรพยายามมาลองปรับทัศนคติและปรับตัวเข้าหากันก่อนที่จะสรุปว่าไปกันไม่ได้ แต่ที่ผมทำได้คือ แค่ได้คุยโทรศัพท์สั้นๆและไลน์บ้างเล็กน้อย และติดต่อไม่ได้อีกเลย จึงไม่มีโอกาสได้พูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น

มาถึงจุดนี้ผมรู้สึกเป็นห่วงแย้ เรื่องที่ให้สัมภาษณ์ เพราะในส่วนตัวยังรู้สึกดีและมีความผูกพันธ์ที่คบกันมาอย่างมีความสุขมาหลายปี เป็นห่วงในเรื่องที่การให้สัมภาษณ์ที่มันทำให้ภาพลักษณ์ของตัวแย้เองเสียหาย อยากให้เค้าใจเย็นๆและตั้งสติ ทุกปัญหามีทางแก้ครับ และขอร้องทุกท่านอย่าได้ว่าแย้เลยครับ ความคิดเห็นคนเราแตกต่างกันได้ครับ

สำหรับเรื่องแถลงข่าวผมมองว่า เราควรทำก็ต่อเมื่อได้พูดคุยกันแล้วอย่างตกผลึกว่า ปัญหาเกิดจากอะไรและมันไม่สามารถไปกันได้แล้วจริงๆ แล้วค่อยไปแถลงข่าวให้ทุกท่านทราบพร้อมกัน น่าจะดีกว่าครับ ไม่อยากให้มันเป็นภาพสาดโคลนกันไปมาครับ

ขอขอบพระคุณท่านผู้ใหญ่ทุกท่านและเพื่อนฝูงที่กรุณาโทรมาให้กำลังใจ และผู้ใหญ่หลายท่านอยากให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ ลองปรับความเข้าใจกันครับ ขอบคุณมากครับ”