จุดพักรถเมืองทอง รองรับประชาชน 1,500 คน มุ่งกรุงสักการะพระบรมศพ

news16-1-102916

บรรยากาศจุดพักรถภายในหมู่บ้านเมืองทองธานี นนทบุรี เต็มไปด้วยประชาชนจากกำแพงเพชร-กาฬสินธุ์ รวมจำนวน 1,500 คน ร่วมเดินเข้ากราบสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9 เผย แม้เดินทางมาไกลก็ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ขณะที่ทางจังหวัด จัดเตรียมบริการจุดพัก อาหาร เครื่องดื่ม พร้อมสุขาเคลื่อนที่ไว้รองรับประชาชน…

วันที่ 29 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่ลานจอดรถเลคไซด์ 2 ริมทะเลสาบ ภายในหมู่บ้านเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งกำหนดให้เป็นจุดบริการพักรถเป็นจุดสุดท้าย เพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้าให้กับผู้ที่จะเดินทางมาจากต่างจังหวัด ก่อนเข้าไปยังพระบรมมหาราชวัง โดยในวันนี้ เป็นวันที่กำหนดให้ประชาชน สามารถเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันแรก

news16-2-102916

มีกลุ่มข้าราชการและประชาชนจากจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 750 คน เดินทางด้วยรถบัส 15 คัน และกลุ่มข้าราชการ ประชาชนจากจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 750 คน เดินทางมาด้วยรถบัส 15 คัน มาแวะพักรถและให้ประชาชนรับประทานอาหารมื้อเช้า ซึ่งทางทหารจาก ปตอ. พัน 5 พัน 6 และพัน 7 นำรถครัวสนามเคลื่อนที่จำนวน 4 คัน มาเปิดครัวทำข้าวกล่องไว้บริการ

นางสุรีรัตน์ แซ่เติ้น อายุ 44 ปี ชนชาวเขาเผ่าเมี่ยน ชาว อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร กล่าวว่า รู้สึกดีใจมาก ที่มีโอกาสร่วมเดินทางมากกราบถวายสักการะในหลวงรัชกาลที่ 9 นอกจากนี้ ประชาชนที่ร่วมเดินทางมา ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า แม้ว่าจะต้องนั่งรถเดินทางมาไกล และทุกคนต่างมีความตั้งใจที่จะไปกราบสักการะพระบรมศพ

ขณะเดียวกัน นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า ทางจังหวัดนนทบุรี ร่วมกับทหาร ปตอ.พัน หลังได้รับนโยบายจากกระทรวงมหาดไทย กำหนดให้เมืองทองธานี เป็นจุดพักให้กับประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดในแถบภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดเตรียมบริการจุดพัก อาหาร น้ำดื่ม ไว้รองรับประชาชนวันละ 1,500 คน ที่จะเข้ามาพักยังจุดบริการภายในหมู่บ้านเมืองทองธานี พร้อมรถสุขาเคลื่อนที่ของเทศบาลนครปากเกร็ด จำนวน 6 คัน อย่างสะดวกสบายและยังจัดเตรียมเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วน คอยอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำ

นอกจากนี้ ยังจัดรถทีมแพทย์เคลื่อนที่ของ รพ.ปากเกร็ด เดินทางร่วมไปกับคณะของประชาชนที่เดินทางไปพระบรมมหาราชวัง เพื่อติดตามไปดูแลสุขภาพของประชาชนที่ต้องเดินทางไกลอีกด้วย

news16-3-102916

ขณะที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ได้มีรถ Shuttler Bus บริการรับส่งประชาชนฟรีทั้งของภาครัฐและเอกชน เส้นทาง สายใต้-สนามหลวง มีลงจุดจอดที่ 4 กองสลาก ถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น.

ที่มา thairath

พระบรมราโชวาทและพระราชดำริเกี่ยวกับการศึกษา ของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ

พระบรมราโชวาทและพระราชดำริเกี่ยวกับการศึกษา ของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานบรมราโชวาทและพระราชดำริเกี่ยวกับการศึกษาไว้เป็นอเนกประการ ในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและในโอกาสที่คณะบุคคลต่าง ๆ เข้าเฝ้าฯ เป็นแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการศึกษาที่มีคุณค่ายิ่ง แต่ละคนสามารถนำไปเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติและรู้จักใช้ ความรู้ ความสามารถเพื่อพัฒนาตนเอง และส่วนรวมให้เจริญก้าวหน้าได้

แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการศึกษา เช่น ทรงชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาวิชาความรู้ และผลแห่งการใช้วิชาความรู้ในเชิงปฏิบัติ การศึกษามิใช่กิจกรรมที่สิ้นสุดในตัวเอง แต่เป็นเครื่องมือที่นำไปสู่จุดหมายบางประการ การศึกษาต้องให้หลักแห่งวิชาการที่จะช่วยให้แนวทางปฏิบัติบรรลุผล และให้ความรู้ทางปฏิบัติวิชาการในความเป็นจริงก่อให้เกิดความเชี่ยวชาญและชำนาญ นอกจากนี้ยังทรงเน้นการศึกษาทางธรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม ศีลธรรม และคุณสมบัติต่าง ๆ เพื่อเป็นเครื่องกำกับความคิด และให้ความประพฤติ รู้จักใช้ให้ประสานสอดคล้องกันทั้งสามส่วนจึงจะถูกต้องครบถ้วนและสมบูรณ์ตัวเอง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ  พระราชทานปริญญาบัตร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการศึกษาที่จะช่วยให้บรรลุถึงจุดหมายในอีกมิติหนึ่งว่า

“… ผู้ที่มุ่งหวังความดีและความเจริญมั่นคงในชีวิตจะต้องไม่ละเลยการศึกษา ความรู้ที่จะศึกษามี 3 ส่วน คือ ความรู้วิชาการ ความรู้ปฏิบัติการ และความรู้คิดอ่านตามเหตุผลความเป็นจริง อีกประการหนึ่งจะต้องมีความจริงใจและบริสุทธ์ใจไม่ว่าในงานในผู้ร่วมงานหรือในการรักษา ระเบียบแบบแผน ความดีงาม ความถูกต้องทุกอย่าง ประการที่สามต้องฝึกฝนให้มีความหนักแน่นทั้งภายในใจ ในคำพูด …” (๒๔ มกราคม ๒๕๓๐)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชี้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษา วิชาความรู้ และผลแห่งการใช้วิชาความรู้ในเชิงปฏิบัติกล่าวคือ การศึกษาเป็นเครื่องมือของการพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติ เจตคติ ค่านิยม และคุณธรรมของบุคคล ฉะนั้นการศึกษาจึงไม่ใช่การกระทำหรือกิจกรรมที่สิ้นสุดในตัวเอง แต่เป็นเครื่องมือที่นำไปสู่จุดหมายบางประการ การศึกษาในความหมายนี้จึงเกี่ยวข้องกับการพัฒนาวิชาความรู้ทั้งในทางวิชาการ (ทฤษฎี) และในทางธรรม (ปฏิบัติ) หมายความว่าการศึกษาจะต้องใช้หลักแห่งวิชาการที่จะช่วยให้แนวทางการปฏิบัติบรรลุผล และให้ความรู้แห่งการปฏิบัติอันได้แก่ การฝึกฝนปฏิบัติวิชาการในความเป็นจริงเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญและชำนาญ นอกจากนี้ ทรงเน้นความหมายของการศึกษาในอีกด้านหนึ่งซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าความรู้เชิงวิชาการและการปฏิบัติวิชาการนั่นคือการศึกษาทางธรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม ศีลธรรม ตลอดจนคุณสมบัติต่าง ๆ เพื่อเป็นเครื่องกำกับความคิดและความประพฤติให้การใช้วิชาความรู้เพื่อประโยชน์ในทางที่ดีต่อทั้งตนเองและส่วนรวมคือประเทศชาติ เพราะฉะนั้นการเข้าใจแนวพระราชดำริด้านการศึกษาจึงจะต้องเข้าใจความหมายของการศึกษาควบคู่กับจุดหมายของการศึกษา ถ้าจะกล่าวให้ชัดเจน การศึกษาจะมีความหมายที่ไม่ถูกต้องตามแนวพระราชดำริ ถ้าการศึกษานั้นไม่นำไปสู่จุดหมายที่ดีงามต่อตนเองและประเทศชาติโดยส่วนรวม ซึ่งทำให้เข้าใจต่อไปได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของส่วนบุคคลและส่วนรวม จะต้องสอดคล้องและสัมพันธ์กัน จะแยกออกจากกันหรือขัดแย้งกันไม่ได้
เพราะฉะนั้นการศึกษาตามแนวพระราชดำริจึงถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม ถูกต้อง ครบถ้วน และสมบูรณ์ในตัวเอง

ความพยายามที่จะเข้าใจแนวพระราชริที่เกี่ยวกับการศึกษาดังที่แสดงให้ปรากฎข้างต้นนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวพระราชดำริด้านการศึกษา ซึ่งมีความสำคัญสมควรที่จะอัญเชิญมาแสดงเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาในระดับ และเรื่องต่าง ๆ ตลอดจนวาระต่าง ๆ เพราะแนวพระราชดำริที่นี้สะท้อนถึงปรัชญาสำคัญของการศึกษาที่จะช่วยชี้นำให้การศึกษาทั้งปวงมีความถูกต้อง ครบถ้วนและสมบูรณ์ อีกทั้งสามารถนำไปสู่ผลสำเร็จของการใช้วิชาความรู้เพื่อการปฏิบัติต่าง ๆ และนำไปสู่จุดหมายที่ดีงาม และเป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีน้ำพระราชหฤทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าตามพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาเป็นอเนกประการดังกล่าว ยังผลให้คนในชาติเป็นคนที่คุณภาพที่สมบูรณ์ด้วยคุณธรรม รู้จักใช้ความรู้ความคิดสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามและความเจริญก้าวหน้าให้แก่ชาติบ้านเมือง ด้วยทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา ดังพระบรมราโชวาทที่ได้พระราชทานแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษาเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๔ ความตอนหนึ่งว่า

“… การให้การศึกษาแก่เด็กต้องเริ่มตั้งแต่เกิด ขึ้นต้นก็ต้องสอนให้รู้จักใช้อวัยวะและประสาทส่วนต่าง ๆ ต้องคอยควบคุมฝึกหัด จนสามารถใช้อวัยวะและประสาทส่วนนั้น ๆ ทำกิจวัตรทั้งปวงของตนเองได้ เมื่อสามารถทำกิจวัตรของตัวได้แล้ว ถัดมาก็ต้องสอนให้รู้จักทำการต่างๆ ให้รู้จักแสวงหาสิ่งต่าง ๆ ตามที่ต้องการให้ได้มากขึ้น เพื่อทำให้ชีวิตมีความสะดวกมีความสบาย การให้การศึกษาขั้นนี้ ได้แก่การฝึกกายให้มีความคล่องแคล่วชำนิชำนาญ และสามารถในการปฏิบัติ ประกอบกับการสอนวิชาความรู้ต่าง ๆ อันเป็นพื้นฐานสำหรับการประกอบอาชีพเลี้ยงตัว การให้การศึกษาอีกขั้นหนึ่ง คือการสอนและฝึกฝนให้เรียนรู้วิทยาการที่ก้าวหน้าขึ้นไป พร้อมทั้งการฝึกฝนให้รู้จักใช้เหตุผลสติปัญญาและหาหลักการของชีวิต เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ความเจริญงอกงามทั้งทางกายและทางความคิด ผู้ทำงานด้านการศึกษาจึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ และได้รับความยกย่องเป็นอย่างสูงตลอดมา ในฐานะที่เป็นผู้ให้ชีวิตจิตใจตลอดจนความเจริญทุกอย่างแก่อนุชน …”

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ  พระราชทานปริญญาบัตร

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ  พระราชทานปริญญาบัตร

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ  พระราชทานปริญญาบัตร

ที่มา : https://web.ku.ac.th/
รูปจาก : http://www.palaces.thai.net/

ที่มา : Sanook

พระบรมราโชวาทและพระราชดำริเกี่ยวกับการศึกษา ของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ

พระบรมราโชวาทและพระราชดำริเกี่ยวกับการศึกษา ของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานบรมราโชวาทและพระราชดำริเกี่ยวกับการศึกษาไว้เป็นอเนกประการ ในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและในโอกาสที่คณะบุคคลต่าง ๆ เข้าเฝ้าฯ เป็นแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการศึกษาที่มีคุณค่ายิ่ง แต่ละคนสามารถนำไปเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติและรู้จักใช้ ความรู้ ความสามารถเพื่อพัฒนาตนเอง และส่วนรวมให้เจริญก้าวหน้าได้

แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการศึกษา เช่น ทรงชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษาวิชาความรู้ และผลแห่งการใช้วิชาความรู้ในเชิงปฏิบัติ การศึกษามิใช่กิจกรรมที่สิ้นสุดในตัวเอง แต่เป็นเครื่องมือที่นำไปสู่จุดหมายบางประการ การศึกษาต้องให้หลักแห่งวิชาการที่จะช่วยให้แนวทางปฏิบัติบรรลุผล และให้ความรู้ทางปฏิบัติวิชาการในความเป็นจริงก่อให้เกิดความเชี่ยวชาญและชำนาญ นอกจากนี้ยังทรงเน้นการศึกษาทางธรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม ศีลธรรม และคุณสมบัติต่าง ๆ เพื่อเป็นเครื่องกำกับความคิด และให้ความประพฤติ รู้จักใช้ให้ประสานสอดคล้องกันทั้งสามส่วนจึงจะถูกต้องครบถ้วนและสมบูรณ์ตัวเอง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ  พระราชทานปริญญาบัตร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการศึกษาที่จะช่วยให้บรรลุถึงจุดหมายในอีกมิติหนึ่งว่า

“… ผู้ที่มุ่งหวังความดีและความเจริญมั่นคงในชีวิตจะต้องไม่ละเลยการศึกษา ความรู้ที่จะศึกษามี 3 ส่วน คือ ความรู้วิชาการ ความรู้ปฏิบัติการ และความรู้คิดอ่านตามเหตุผลความเป็นจริง อีกประการหนึ่งจะต้องมีความจริงใจและบริสุทธ์ใจไม่ว่าในงานในผู้ร่วมงานหรือในการรักษา ระเบียบแบบแผน ความดีงาม ความถูกต้องทุกอย่าง ประการที่สามต้องฝึกฝนให้มีความหนักแน่นทั้งภายในใจ ในคำพูด …” (๒๔ มกราคม ๒๕๓๐)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชี้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษา วิชาความรู้ และผลแห่งการใช้วิชาความรู้ในเชิงปฏิบัติกล่าวคือ การศึกษาเป็นเครื่องมือของการพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติ เจตคติ ค่านิยม และคุณธรรมของบุคคล ฉะนั้นการศึกษาจึงไม่ใช่การกระทำหรือกิจกรรมที่สิ้นสุดในตัวเอง แต่เป็นเครื่องมือที่นำไปสู่จุดหมายบางประการ การศึกษาในความหมายนี้จึงเกี่ยวข้องกับการพัฒนาวิชาความรู้ทั้งในทางวิชาการ (ทฤษฎี) และในทางธรรม (ปฏิบัติ) หมายความว่าการศึกษาจะต้องใช้หลักแห่งวิชาการที่จะช่วยให้แนวทางการปฏิบัติบรรลุผล และให้ความรู้แห่งการปฏิบัติอันได้แก่ การฝึกฝนปฏิบัติวิชาการในความเป็นจริงเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญและชำนาญ นอกจากนี้ ทรงเน้นความหมายของการศึกษาในอีกด้านหนึ่งซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าความรู้เชิงวิชาการและการปฏิบัติวิชาการนั่นคือการศึกษาทางธรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม ศีลธรรม ตลอดจนคุณสมบัติต่าง ๆ เพื่อเป็นเครื่องกำกับความคิดและความประพฤติให้การใช้วิชาความรู้เพื่อประโยชน์ในทางที่ดีต่อทั้งตนเองและส่วนรวมคือประเทศชาติ เพราะฉะนั้นการเข้าใจแนวพระราชดำริด้านการศึกษาจึงจะต้องเข้าใจความหมายของการศึกษาควบคู่กับจุดหมายของการศึกษา ถ้าจะกล่าวให้ชัดเจน การศึกษาจะมีความหมายที่ไม่ถูกต้องตามแนวพระราชดำริ ถ้าการศึกษานั้นไม่นำไปสู่จุดหมายที่ดีงามต่อตนเองและประเทศชาติโดยส่วนรวม ซึ่งทำให้เข้าใจต่อไปได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของส่วนบุคคลและส่วนรวม จะต้องสอดคล้องและสัมพันธ์กัน จะแยกออกจากกันหรือขัดแย้งกันไม่ได้
เพราะฉะนั้นการศึกษาตามแนวพระราชดำริจึงถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม ถูกต้อง ครบถ้วน และสมบูรณ์ในตัวเอง

ความพยายามที่จะเข้าใจแนวพระราชริที่เกี่ยวกับการศึกษาดังที่แสดงให้ปรากฎข้างต้นนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวพระราชดำริด้านการศึกษา ซึ่งมีความสำคัญสมควรที่จะอัญเชิญมาแสดงเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาในระดับ และเรื่องต่าง ๆ ตลอดจนวาระต่าง ๆ เพราะแนวพระราชดำริที่นี้สะท้อนถึงปรัชญาสำคัญของการศึกษาที่จะช่วยชี้นำให้การศึกษาทั้งปวงมีความถูกต้อง ครบถ้วนและสมบูรณ์ อีกทั้งสามารถนำไปสู่ผลสำเร็จของการใช้วิชาความรู้เพื่อการปฏิบัติต่าง ๆ และนำไปสู่จุดหมายที่ดีงาม และเป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีน้ำพระราชหฤทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าตามพระราชกรณียกิจด้านการศึกษาเป็นอเนกประการดังกล่าว ยังผลให้คนในชาติเป็นคนที่คุณภาพที่สมบูรณ์ด้วยคุณธรรม รู้จักใช้ความรู้ความคิดสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามและความเจริญก้าวหน้าให้แก่ชาติบ้านเมือง ด้วยทรงตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา ดังพระบรมราโชวาทที่ได้พระราชทานแก่บัณฑิตวิทยาลัยวิชาการศึกษาเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๔ ความตอนหนึ่งว่า

“… การให้การศึกษาแก่เด็กต้องเริ่มตั้งแต่เกิด ขึ้นต้นก็ต้องสอนให้รู้จักใช้อวัยวะและประสาทส่วนต่าง ๆ ต้องคอยควบคุมฝึกหัด จนสามารถใช้อวัยวะและประสาทส่วนนั้น ๆ ทำกิจวัตรทั้งปวงของตนเองได้ เมื่อสามารถทำกิจวัตรของตัวได้แล้ว ถัดมาก็ต้องสอนให้รู้จักทำการต่างๆ ให้รู้จักแสวงหาสิ่งต่าง ๆ ตามที่ต้องการให้ได้มากขึ้น เพื่อทำให้ชีวิตมีความสะดวกมีความสบาย การให้การศึกษาขั้นนี้ ได้แก่การฝึกกายให้มีความคล่องแคล่วชำนิชำนาญ และสามารถในการปฏิบัติ ประกอบกับการสอนวิชาความรู้ต่าง ๆ อันเป็นพื้นฐานสำหรับการประกอบอาชีพเลี้ยงตัว การให้การศึกษาอีกขั้นหนึ่ง คือการสอนและฝึกฝนให้เรียนรู้วิทยาการที่ก้าวหน้าขึ้นไป พร้อมทั้งการฝึกฝนให้รู้จักใช้เหตุผลสติปัญญาและหาหลักการของชีวิต เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ความเจริญงอกงามทั้งทางกายและทางความคิด ผู้ทำงานด้านการศึกษาจึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ และได้รับความยกย่องเป็นอย่างสูงตลอดมา ในฐานะที่เป็นผู้ให้ชีวิตจิตใจตลอดจนความเจริญทุกอย่างแก่อนุชน …”

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ  พระราชทานปริญญาบัตร

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ  พระราชทานปริญญาบัตร

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ  พระราชทานปริญญาบัตร

ที่มา : https://web.ku.ac.th/
รูปจาก : http://www.palaces.thai.net/

ที่มา : Sanook

ผู้นำโลกร่วมอาลัย’ในหลวง’เสด็จสวรรคต

image-3

บรรดาผู้นำต่างชาติยังคงร่วมแสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ อย่างต่อเนื่อง โดยนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษได้ออกแถลงการณ์ แสดงความเสียใจอย่างหาที่สุดมิได้ต่อ พระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนชาวไทยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ทรงนำพาประเทศไทยด้วยความสง่างาม ด้วยการอุทิศพระองค์ และด้วยวิสัยทัศน์ตลอดพระชนมชีพ ซึ่งจะทำให้พระองค์ได้รับการระลึกถึงอย่างยิ่ง อังกฤษขอส่งแรงใจให้กับประชาชนชาวไทยในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

ด้านนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติก็ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาลและประชาชนไทยในการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทั้งนี้เลขาธิการสหประชาชาติตระหนักดีถึงการอุทิศตนของพระองค์ต่อประเทศชาติในฐานะพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นผู้นำที่สร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ พระองค์ไม่เพียงแต่เป็นที่รักของประชาชนไทยแต่ยังได้รับความเคารพอย่างสูงจากประชาคมระหว่างประเทศ และด้วยตระหนักถึงพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงปฏิบัติทำให้สหประชาชาติได้ทูลเกล้าฯถวายรางวัล ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ เมื่อปี 2549

เลขาธิการสหประชาชาติยังแสดงความหวังว่าประเทศไทยจะยังคงยึดมั่นตามแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทำไว้คือการให้ความสำคัญกับค่านิยมอันเป็นสากลและการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

ที่มา : matichon